how can i order viagra cialis daily raynaud's daily doses of cialis cialis online american pharmacy how to take dog off lasix
Home เกี่ยวกับเรา รายงานกิจกรรมสมาคม รายงานกิจกรรม สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ประจำปี 2543

รายงานกิจกรรม สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ประจำปี 2543

AddThis Social Bookmark Button

2543 ปีแห่งการก่อร่างสร้างตัว
สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย

ในรอบ 1 ปี ของการรวมกันระหว่างสมาคมนักข่าวแห่งประเทศไทยกับสมาคมนักหนังสือพิมพ์ แห่งประเทศไทย ภายใต้ชื่อใหม่ว่า “สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย” ย่อมเป็นที่จับตามองของทุก ๆ ฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นองค์กรสื่อมวลชนด้วยกัน หรือองค์กรอื่น ๆ ในสังคม

ดังนั้น เพื่อการทำงานภายใต้ความคาดหวังของทุก ๆ คน ทุก ๆ ฝ่ายเป็นไปตามเป้าหมายของการสร้างความเป็นปึกแผ่นของสมาคมวิชาชีพ คณะกรรมการบริหารชุดแรกของสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย จึงได้วางนโยบายการทำงานไว้ดังนี้ คือ

  1. พัฒนาความเป็นปึกแผ่นขององค์กรวิชาชีพหลังการรวมสมาคมนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยกับสมาคมนักข่าวแห่งประเทศไทย เป็นสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย
  2. ส่งเสริมการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ ยึดมั่นในจรรยาบรรณ และเป็นกลางเพื่อให้เกิดการยอมรับและน่าเชื่อถือในวิชาชีพต่อสังคม
  3. พัฒนาการประกอบวิชาชีพด้านการเรียนรู้เพื่อนำไปสู่การเป็นผู้นำทางความคิด
  4. เสริมสร้างและส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างสมาคม ฯ สมาชิก องค์กรผู้ประกอบธุรกิจสื่อมวลชน และองค์กรวิชาชีพในต่างประเทศ

จากนโยบายดังกล่าว ได้กำหนดแผนการดำเนินงานไว้เพื่อให้สามารถแปรเปลี่ยนนโยบายไปสู่ การปฏิบัติไว้ ดังต่อไปนี้

1. แผนพัฒนาความเป็นปึกแผ่นขององค์กรวิชาชีพภายหลังการรวมสมาคม ฯ

ภายใต้แผนนี้ คณะกรรมการบริหารได้กำหนดกิจกรรมไว้หลายเรื่อง ได้แก่

1.1 แผนการปรับปรุงสถานที่ทำการของสมาคม

ในวาระเริ่มแรก คณะกรรมการบริหารมีมติให้สำนักงานเดิมของสมาคมนักหนังสือพิมพ์ ฯ ที่ ถนนสามเสน เป็นสำนักงานใหญ่ของสมาคม และกำหนดให้ที่ทำการเดิมของสมาคมนักข่าว ฯ ที่ถนน ราชดำเนินเป็นสำนักงานสาขา แต่เนื่องจากสำนักงานที่ถนนสามเสน อยู่ในสภาพทรุดโทรม และห้องประชุม-ห้องทำงานต่าง ๆ ไม่สามารถรองรับกิจกรรมและเจ้าหน้าที่ของสมาคมได้

คณะกรรมการบริหารสมาคม ฯ จึงได้ตั้งคณะอนุกรรมการปรับปรุงอาคารสมาคมขึ้นโดยคณะอนุกรรมการดังกล่าวมีหน้าที่จัดหาผู้ออกแบบและประเมินค่าใช้จ่ายเบื้องต้น เพื่อให้คณะกรรมการบริหารพิจารณา ขณะเดียวกัน ก็ให้ใช้ที่ทำการที่ถนนราชดำเนินเป็นสำนักเลขาธิการชั่วคราวไปพรางก่อน

นอกจากนี้ ยังได้ตกลงว่าจ้างนายโอภาส เกวลิน ให้ดำเนินการสำรวจและออกแบบก่อนจะเปิดให้มีการประกวดราคาค่าก่อสร้างในเวลาต่อมา โดยประมาณการงบประมาณในการปรับปรุงสมาคม ฯ เบื้องต้นประมาณ 5-5.5 ล้านบาท กำหนดให้แล้วเสร็จอย่างช้าภายในวันที่ 4 มีนาคม 2544 เพื่อให้สามารถใช้สมาคมเป็นสถานที่ประชุมใหญ่ประจำปีของสมาชิกได้

อย่างไรก็ตาม เมื่อได้เปิดซองประกวดราคาแล้ว ปรากฏว่า บริษัทที่ยื่นประมูลส่วนใหญ่เสนอราคาตั้งแต่ 7 ล้านบาท-10 ล้านบาทเศษ จึงได้ประเมินราคากลางใหม่อีกครั้งพบว่าน่าจะใช้งบประมาณใน การซ่อมแซมไม่ต่ำกว่า 8 ล้านบาท

ดังนั้น คณะกรรมการบริหาร จึงมีมติให้ชะลอการซ่อมแซมไว้ก่อน เนื่องจากต้องใช้งบประมาณจำนวนมากกว่าที่ประมาณการไว้ ซึ่งเกินกำลังเงินที่มีอยู่ของสมาคม พร้อมทั้งพยายามมองหาช่องทางการหาทุนเพิ่มเติมจนกว่าจะหารายได้เข้ามามากพอสมควร จึงจะลงมือก่อสร้าง แต่เชื่อว่าจะไม่เรียบร้อยในสมัยบริหารนี้ ต้องรอให้คณะกรรมการบริหารชุดใหม่เข้ามาสานงานส่วนนี้ต่อไป

1.1 แผนการปรับปรุงโครงสร้างการบริหารงานของสมาคม ฯ

การรวมสมาคมสองสมาคมเข้าด้วยกันถือเป็นการรวมเอาทรัพย์สิน-หนี้สิน และบุคลากรของทั้งสองสมาคมเข้ามาไว้ด้วยกัน ดังนั้น ภารกิจอีกประการหนึ่งของคณะกรรมการบริหารคือ การปรับปรุงโครงสร้างการบริหารของสมาคม เพื่อให้สามารถรองรับงานและกิจกรรมต่าง ๆ ที่เพิ่มมากขึ้นได้

เพราะขณะนี้ นอกจากสมาคม ฯ จะให้การสนับสนุนกิจกรรมของชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อมและชมรมนักข่าวสายไอทีแล้วสมาคม ฯ ยังทำหน้าที่เป็นสำนักเลขาธิการให้กับสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ และสมาพันธ์นักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ทั้งนี้ยังไม่ได้นับรวมถึงการต้องสนับสนุนงานของเครือข่ายส่งเสริมสิทธิเสรีภาพของนักข่าวในเอเชียอาคเนย์ หรือ SEAPA อีกด้วย

ล่าสุด สมาคม ฯ ได้ร่วมมือกับสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ เข้าไปฟื้นฟูสถาบันพัฒนาการหนังสือพิมพ์เดิมที่ได้ยุติกิจกรรมไปหลายปีแล้ว เพื่อแบ่งเบางานด้านการฝึกอบรม และสัมมนาต่าง ๆ ที่เป็นกิจกรรมหลักส่วนหนึ่งของสมาคม ฯ ภายใต้ชื่อองค์กรใหม่ว่า “สถาบันพัฒนาการสื่อมวลชนแห่งประเทศ-ไทย” คาดว่าจะเปิดตัวสถาบันแห่งนี้ได้ในวันที่ 4 มีนาคมนี้

1.2 แผนการปรับปรุงสวัสดิการของสมาชิกสมาคม ฯ

คณะกรรมการบริหาร ได้ปรับปรุงระเบียบสวัสดิการสมาชิกใหม่ เริ่มตั้งแต่การปรับระเบียบการมอบทุนการศึกษา ซึ่งคณะกรรมการบริหารมีมติร่วมกันว่า จะไม่ขอรับบริจาคเงินจากหน่วยงานภายนอก ไม่ว่าจะเป็นของรัฐหรือเอกชน เพื่อนำมาใช้จ่ายเป็นทุนการศึกษาให้กับบุตรธิดาของสมาชิกเหมือนเช่นทุกปีที่ผ่านมา แต่จะใช้วิธีนำดอกผลจากบัญชีเงินฝากกองทุนเพื่อการศึกษาของสมาคม มาเฉลี่ยกันกับจำนวนผู้ขอรับทุนควบคู่ไปกับการกำหนดเพดานเงินเดือนของสมาชิกผู้ขอรับทุน เพื่อเฉลี่ยให้กับสมาชิกที่มีความจำเป็นและเดือดร้อนจริง ๆ

นอกจากนี้ ล่าสุด คณะกรรมการบริหาร ฯ ได้อนุมัติให้เพิ่มวงเงินประกันชีวิตสำหรับสมาชิกที่ชำระค่าธรรมเนียมจากเดิมคนละ 50,000 บาท เป็น 100,000 บาท ในกรณีเสียชีวิตด้วยการเจ็บป่วยและเพิ่มเป็น 200,000 บาท ในกรณีเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุ เนื่องจากเห็นว่าเป็นสวัสดิการที่สมาชิกทุกคนมีโอกาสได้รับอย่างเท่าเทียมกัน ขณะเดียวกัน ก็ได้เพิ่มเงินสวัสดิการคลอดบุตรคนแรกจากเดิม 2,000 บาท เป็น 3,000 บาท

ส่วนสวัสดิการการรักษาพยาบาล ได้ปรับปรุงให้ในกรณีผู้ป่วยใน สมาชิกสามารถเบิกได้ครั้งละไม่เกิน 3,000 บาท แต่ไม่เกินปีละ 2 ครั้ง กรณีผู้ป่วยนอก เบิกได้ครั้งละ 500 บาท แต่ไม่เกินปีละ 6 ครั้ง โดยหลักฐานการขอรับเงินต้องมีใบรับรองแพทย์ และใบเสร็จรับเงินตัวจริงเท่านั้น

ขณะเดียวกัน เพื่อสร้างหลักประกันในการทำงานให้แก่พนักงานของสมาคม คณะกรรมการบริหารได้ออกระเบียบว่าด้วยพนักงานเสร็จเรียบร้อยแล้ว สามารถสร้างความชัดเจนในการบริหารงานบุคคลของสมาคมได้ในระดับหนึ่ง

2. แผนงานส่งเสริมจริยธรรมและยกระดับความเป็นวิชาชีพ

เนื่องจากสื่อมวลชนในประเทศไทย โดยเฉพาะสื่อหนังสือพิมพ์ เป็นสื่อที่มีสิทธิเสรีภาพในการเสนอข่าวอย่างเต็มที่ ดังนั้นปัญหาที่ตามมาก็คือ ความรับผิดชอบในการใช้เสรีภาพ จึงเป็นที่มาของการจัดตั้งสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ ซึ่งสมาคม ฯ ให้การสนับสนุนการดำเนินงานของสภาการหนังสือพิมพ์อยู่แล้ว

อย่างไรก็ตาม การส่งเสริมจริยธรรมโดยการใช้สภาการหนังสือพิมพ์ ฯ เป็นเครื่องมือตรวจสอบย่อมไม่พอเพียง จำเป็นที่จะต้องมีมาตรการเชิงรุก เช่น การลดเงื่อนไขที่จะทำให้นักข่าวละเมิดจริยธรรม ฯลฯ

นอกจากนี้ ในปีที่ผ่านมาสมาคม ฯ ยังได้ออกแถลงการณ์เตือนกรณีที่มีการแอบอ้างเป็นนักข่าวเพื่อเรียกรับเงิน หรือผลประโยชน์จากแหล่งข่าว เพื่อให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องช่วยกันสอดส่องและกำจัดพฤติกรรมเหล่านี้

เช่นเดียวกับกิจกรรมการส่งเสริมและยกระดับวิชาชีพ ภายใต้การดำเนินงานของคณะกรรมการความร่วมมือ ทางวิชาการและวิชาชีพสื่อมวลชน (กวส.) ก็ดำเนินไปอย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกัน โดยมีกิจกรรมสำคัญ ๆ ได้แก่

2.1 การสัมมนาเสริมประสบการณ์วิชาชีพแก่ผู้สอนวิชาหนังสือพิมพ์ ครั้งที่ 2 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 22-29 ตุลาคม 2543 มีอาจารย์ที่สนใจเข้าร่วมการสัมมนา จำนวน 14 คน

2.2 การประชุมวิชาการประจำปี เรื่อง “สื่อมวลชนกับธรรมาภิบาล” เมื่อวันที่ 15-17 ธันวาคม 2543 ณ มหาวิทยาลัยรามคำแหง สาขาวิทยบริการเฉลิมพระเกียรติ จ. นครราชสีมา มีอาจารย์และนักวิชาชีพเข้าร่วมสัมมนาประมาณ 100 คน จากสถาบันการศึกษาที่มีการเรียนการสอนด้านวิชาการหนังสือพิมพ์ทั่วประเทศ

2.3 การจัดทำวารสารวิชาการ “สื่อมวลชนปริทรรศน์” ราย 3 เดือน

2.4 การจัดการเสวนาทางวิชาการดำเนินการไปแล้ว 4 ครั้ง โดยความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาต่าง ๆ ผลัดเปลี่ยนกันเป็นเจ้าภาพ

3. แผนการพัฒนาการประกอบวิชาชีพด้านการเรียนรู้เพื่อนำไปสู่การเป็นผู้นำทางความคิด

เช่นเดียวกับหลาย ๆ ปีที่ผ่านมาสมาคม ฯ มีบทบาทสำคัญในการพัฒนากระบวนการเรียนรู้และทักษะในการประกอบวิชาชีพให้กับเพื่อนสื่อมวลชน ทั้งหนังสือพิมพ์ วิทยุและโทรทัศน์ โดยในปี 2543 สมาคม ฯ มีการฝึกอบรมด้านวิชาชีพ ดังนี้

3.1 การสัมมนาเชิงปฏิบัติการการทำข่าวสืบสวนสอบสวน โดยใช้วิทยากรที่มีประสบการณ์ทั้งไทยและต่างประเทศสนับสนุนโดย World Bank Institute เมื่อวันที่ 23-25 มิถุนายน 2543 ณ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จ. นครราชสีมา มีผู้เข้าร่วมสัมมนาจากหนังสือพิมพ์ วิทยุและโทรทัศน์จำนวน 25 คน

3.2 การอบรมเชิงปฏิบัติการนักข่าวพิราบน้อย เป็นการเปิดโอกาสให้นิสิตนักศึกษาด้านนิเทศ-ศาสตร์ – วารสารศาสตร์ได้มาสัมผัสกับทักษะและเรียนรู้จริยธรรมในวิชาชีพ จัดเมื่อวันที่ 1-2 กรกฎาคม 2543 ณ วังยางรีสอร์ต จ. สุพรรณบุรี มีนิสิตนักศึกษาเข้าร่วมอบรมประมาณ 100 คน

3.3 การอบรมเชิงปฏิบัติการนักข่าววิทยุอาวุโส เป็นการสัมมนาติดตามผลอันเนื่องมาจากโครงการในปีที่ 2542 พร้อมทั้งการอบรมให้เป็นวิทยากรการอบรม เมื่อวันที่ 21-28 มิถุนายน 2543 โดยความร่วมมือจาก Canadian Journalists for Free Expression (CJFE) มูลนิธิแสงชัย สุนทรวัฒน์ และกรมประชาสัมพันธ์ สนับสนุนโครงการโดย SEAFIELD ของรัฐบาลแคนาดา

3.4 การอบรมเชิงปฏิบัติการนักข่าวหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นด้านการทำข่าวสิ่งแวดล้อม จัดเมื่อวันที่ 17-21 ตุลาคม 2543 ณ โรงแรมสวนบวกหาด อ. ชะอำ จ. เพชรบุรี โดยความร่วมมือกับคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สนับสนุนโดยมูลนิธีฟรีดริค เอแบร์ท มีผู้เข้าร่วมสัมมนาจากหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นทั่วประเทศรวม 17 คน

4. แผนการเสริมสร้างและส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างสมาคม ฯ สมาชิกองค์กรผู้ประกอบธุรกิจ สื่อมวลชน และองค์กรวิชาชีพในต่างประเทศ

ในรอบปีที่ผ่านมา สมาคม ฯ ได้ดำเนินกิจกรรมด้านการเสริมสร้างความสัมพันธ์กับสมาคม รวมทั้งหน่วยงานภายนอกอื่น ๆ ทั้งในและต่างประเทศ ดังต่อไปนี้

4.1 ประสานงานใกล้ชิด รวมทั้งจัดกิจกรรมร่วมกับสมาคมทางวิชาชีพอื่น ๆ ผ่านทางสมาพันธ์นักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย เช่น การจัดทำเวบไซต์รวมของสมาพันธ์ ฯ ล่าสุดมีแผนงานที่จะจัดการแข่งขันกีฬาเชื่อมความสามัคคีระหว่างสมาคมในสมาพันธ์ ฯ ขึ้นเป็นครั้งแรกในวันที่ 17 มีนาคม 2544 ณ สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง

4.2 ร่วมมือกับสมาคมวิชาชีพอื่น ๆ นักวิชาการ และองค์กรพัฒนาเอกชนเคลื่อนไหวติดตาม การดำเนินงานตามมาตรา 40 ของรัฐธรรมนูญอย่างใกล้ชิด โดยเข้าไปร่วมจัดตั้งเครือข่ายวิชาชีพสื่อเพื่อประชาชนดำเนินการรณรงค์ให้ประชาชนเข้าใจปัญหาในการเลือกคณะกรรมการสรรหาคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์แห่งชาติ (กสช.)

4.3 ต้อนรับผู้แทนจากสมาคมนักข่าวลาว มาเยือนประเทศไทย ระหว่างวันที่ 24-30 ก.ค. 2543 โดยมีการสัมมนาเรื่องการสื่อสารข้ามวัฒนธรรมไทย-ลาว ขึ้นในระหว่างที่คณะนักข่าวลาวมาเยือนด้วย

4.4 ให้ความร่วมมือเป็นสำนักเลขาธิการของเครือข่ายส่งเสริมสิทธิเสรีภาพสื่อมวลชนในเอเชียอาคเนย์ หรือ SEAPA ซึ่งมีกิจกรรมต่าง ๆ ในการส่งเสริมสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชนในภูมิภาคนี้อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการต่อต้านการคุมคามนักข่าวในอินโดนีเซีย และการก่อตั้งสมาคมนักข่าวในติมอร์ตะวันออก ฯลฯ

4.5 สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยได้รับความไว้วางใจจากที่ประชุมเครือข่ายส่งเสริมสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นนานาชาติ หรือ IFEX ในการจัดการประชุมใหญ่ประจำปีที่กรุงเทพ ฯ ในระหว่างวันที่ 2-8 มิถุนายน 2544 โดยมี SEAPA ร่วมเป็นเจ้าภาพด้วย คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมประชุมจากประมาณ 50 ประเทศทั่วโลก ซึ่งขณะนี้ได้เตรียมการไปบ้างแล้ว

4.6 ส่งเสริมและสนับสนุนกิจกรรมของชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อม และชมรมนักข่าวสายเทคโนโลยีสารสนเทศ ซึ่งเป็นองค์เครือข่ายของสมาคม ฯ ที่ต่างมีกิจกรรมทั้งด้านวิชาการ การส่งเสริมยกระดับทักษะในวิชาชีพและสร้างความสามัคคีอย่างต่อเนื่อง

นอกจากกิจกรรมตามนโยบายและแผนงานของสมาคม ฯ แล้ว ในปี 2543 ยังเป็นปีที่มีการคุกคามสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชนอย่างมาก ทั้งด้วยการใช้กำลังประทุษร้าย และการใช้อำนาจรัฐเข้ามาคุกคาม ดังนั้น สมาคม ฯ จึงได้ออกแถลงการณ์แสดงจุดยืนต่อกรณีต่าง ๆ มาอย่างต่อเนื่อง (ดูแถลงการณ์แนบท้าย) และล่าสุดในช่วงท้ายปี 2543 สมาคม ฯ ได้จัดทำรายงานการคุกคามเสรีภาพของสื่อมวลชนในรอบปี 2543 ขึ้นเป็นครั้งแรก เพื่อให้สาธารณชนตระหนักถึงความสำคัญของการที่สื่อมวลชนจะต้องมีเสรีภาพในการเสนอข่าวและความคิดเห็น

อย่างไรก็ตาม กิจกรรมหลักอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นการแจกทุนการศึกษาให้กับบุตร-ธิดาของสมาชิก การจัดสวัสดิการให้กับสมาชิกตามระเบียบ การจัดประกวดข่าวและภาพข่าวประเภทต่าง ๆ และการจัดการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2544 ก็ยังคงดำเนินไปตามปกติ

ดังนั้น ตลอดระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมางานส่วนใหญ่ของสมาคม ฯ จึงเป็นงานการวางโครงสร้างพื้นฐานของสมาคม ฯ เพื่อรองรับกิจกรรมในอนาคต ทั้งในด้านของวัตถุและการบริหาร ที่สมาคม ฯ จะต้องรับหน้าที่เป็นสำนักเลขาธิการให้กับองค์กรทางด้านสื่อมวลชนต่าง ๆ อีกด้วย

แต่ทั้งนี้ กิจกรรมต่าง ๆ ที่กล่าวมาแล้วของสมาคม ฯ จะสำเร็จลุล่วงไปไม่ได้ ถ้าปราศจากความร่วมมือของเพื่อนสมาชิกทั้งหลาย นอกจากนี้ ยังมีงานอีกมากมายที่ต้องได้รับการสานต่อจากกรรมการชุดต่อไป

 
วีทีอาร์-สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย พศ. 2562

ดูวีทีอาร์ทางyoutube

Login Form



หนังสือน่าอ่าน




จำนวนผู้ออนไลน์

เรามี 1888 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา

สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ :: The National Press Council of Thailand สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย :: Thai Broadcast Journalists Association สถาบันอิศรา มูลนิธิพัฒนาสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย :: ISRA Institute Thai Press Development Foundation ชมรมนักข่าวสายเทคโนโลยีสารสนเทศ :: Information Technology Press Club The Southeast Asian Press Alliance (SEAPA) thai society of environmental jounalists