Home

กิจกรรมห้องเรียนสาธารณะ ถอดประสบการณ์ข่าวเจาะ :เจาะข่าว ท่ามกลางสถานการณ์รุนแรง

AddThis Social Bookmark Button

ถอดประสบการณ์ข่าวเจาะ :เจาะข่าว ท่ามกลางสถานการณ์รุนแรง

 

20 สิงหาคมที่ผ่านมา สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ร่วมกับ สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย สถาบันอิสรา มูลนิธิพัฒนาสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย และคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล จัดกิจกรรมห้องเรียนสาธารณะ ครั้งที่ 2 เรื่อง “ ถอดประสบการณ์ข่าวเจาะ:  เจาะข่าว ท่ามกลางสถานการณ์รุนแรง” โดยมีนักข่าวจากภาคสนามตัวจริงเสียงจริงให้ความรู้และบอกเล่าประสบการณ์ไว้อย่างน่าสนใจ

ผู้สื่อข่าวที่ให้เกียรติมาถอดประสบการณ์ครั้งนี้ ประกอบด้วย  สมศักดิ์ ศรีกำเนิด หัวหน้าข่าวหนังสือพิมพ์บ้านเมือง  กิ่งอ้อ เล่าฮง ผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์  สถาพร พงษ์พิพัฒน์วัฒนา ผู้สื่อข่าวสถานีโทรทัศน์ทีวีไทย และสุเมธ สมคะเน ผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

ทั้งนี้ นักข่าวหัวเห็ดทั้ง 4 ท่าน เล่าประสบการณ์การทำข่าวในพื้นที่สนามข่าวจริง โดยเฉพาะการทำข่าวเชิงสืบสวนสอบสวนท่ามกลางความขัดแย้งในหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการายงานข่าวความขัดแย้งในช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม ที่ผ่านมา หรือการรายงานข่าวในพื้นที่ปัญหาภาคใต้ กระทั่งการรายงานข่าวเหตุการณ์ภัยพิบัติ ท่ามกลางอุปสรรคและความยากลำบากหลายรูปแบบ

“สมศักดิ์” ชี้ว่า การทำข่าวในสถานการณ์ใดก็ตาม คุณสมบัติเป็นนักข่าวที่ดีก็คือ  ต้องทำตัวเองให้อยู่เหนือเหตุการณ์ โดยคำนึงถึงความเป็นกลาง และจรรยาบรรณวิชาชีพสื่อเป็นที่ตั้ง ถ้าทำเช่นนี้ได้ในทุกสถานการณ์ จะทำให้นักข่าวรายงานความจริงได้อย่างรอบด้าน ที่สำคัญนักข่าวต้องอยากรู้อยากเห็น และรู้ให้จริง รวมถึงการตั้งคำถามหรือตั้งประเด็นที่ดี นี่คือคุณสมบัติเบื้องต้นที่นักข่าวทุกคนจะต้องพึงมีไว้

“กิ่งอ้อ” เล่าการทำงานในสถานการณ์ปัญหาความขัดแย้งภาคใต้ว่า เป็นการทำงานที่เต็มไปด้วยอุปสรรคและความยากลำบาก โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัย ฉะนั้น การลงไปทำข่าวในพื้นที่ภาคใต้ ต้องเรียนรู้วัฒนธรรม และขนบธรรมเนียมประเพณีในพื้นที่  ที่สำคัญคือต้องศึกษาและเรียนรู้ภาษาของชาวมุสลิมให้เข้าใจอย่างถ่องแท้เพื่อจะได้รายงานหรือวิเคราะห์เหตุการณ์ได้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์   โดยใช้ทักษะการทำข่าวสืบสวนสอบสวน ให้เป็นประโยชน์

“สถาพร” เสริมว่า การรายงานข่าวในพื้นที่ความขัดแย้งหรือในพื้นที่อ่อนไหวมีความยากลำบากหลายอย่าง  เพราะบางครั้งต้องรายงานเหตุการณ์สดและทันท่วงที ฉะนั้น  สิ่งสำคัญคือ ต้องมีการเตรียมตัวและการทำการบ้านที่ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้  เช่น  การประเมินหรือวิเคราะห์สถานการณ์ล่วงหน้า เพื่อจะได้รายงานข่าวด้วยความเข้าใจเหตุการณ์จริงๆ เพราะหากวิเคราะห์หรือประเมินเหตุการณ์คลาดเคลื่อนแล้วรายงานข่าวออกไป อาจทำให้ประชาชนผู้บริโภคข่าวสาร เกิดความเข้าใจผิดได้ และอาจนำมาสู่ความขัดแย้งที่เพิ่มมากขึ้นในสังคม

อีกประการสำคัญ “ สถาพร” บอกว่า  การตัดสินใจรายงานข่าวในพื้นที่ข่าวต้องอยู่บนพื้นฐานการทำความเข้าใจเหตุการณ์ให้ถูกต้องจริงๆ  นอกจากนี้ การระมัดระวังตัวหรือการรักษาชีวิตในการรายงานข่าวในพื้นที่  เพราะสถานการณ์ความรุนแรงในข่าวความขัดแย้ง อาจเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดได้ตลอดเวลา ฉะนั้น การเตรียมตัวเรื่องการหาทางหนีทีไล่ หรือการเตรียมอุปกรณ์ป้องกันตัวเองเช่น หมวกกันน็อกหรือ ผ้าปิดจมูก จึงเป็นเรื่องสำคัญเช่นกัน บางครั้งการเอาชีวิตรอด กับ กับการรายงานข่าว ก็ต้องเลือกการเอาชีวิตรอดไว้ก่อน แต่ประเด็นคือ จะเอาตัวรอดอย่างไร แล้วได้ข่าวด้วย

“สถาพร” ชี้ว่า  การทำข่าวในพื้นที่ความขัดแย้งสามารถทำข่าวสืบสวนสอบสวนได้ หรือกระทั่งการทำข่าวภัยพิบัติ สิ่งที่ตอบโจทย์คนดูได้ คือการคิดนอกกรอบ เช่น ดูบริบททั้งก่อนหน้าเหตุการณ์และหลังเหตุการณ์ในประเด็นหลัก แล้วนำเสนอเพื่อให้ผู้บริโภคข่าวนำไปคิดต่อได้ที่มาที่เป็นแต่ละประเด็นเป็นอย่างไร

“สมศักดิ์” กล่าวเสริมว่า  การรายงานข่าวเชิงสืบสวนสอบสวน มักจะเน้นเรื่องการสืบค้นข้อมูลเป็นหลัก พูดง่ายๆ คือการหาหลักฐานข้อเท็จจริงกับเรื่องที่นักข่าวเคลือบแคลงสงสัย เช่น การทุจริตในวงการราชการ หรือ การบริหารงานของรัฐบาล แต่อย่างไรก็ตามการทำข่าวสืบสวนสอบสวนเป็นการทำข่าวที่ต้องใช้เวลาในการเจาะหรือขุดคุ้ยข้อมูลข้อเท็จจริง เพื่อความครบถ้วนสมบูรณ์ของข่าวอย่างแท้จริง

“อาชีพนักข่าว เป็นอาชีพที่รู้เหตุการณ์ก่อนใคร รู้ความจริงก่อนใคร รู้ตั้งแต่เรื่องใต้ดินจนถึงเรื่องบนฟ้า บางครั้งวิ่งหลบกระสุนปืน จนนักข่าวสนุกกับงานจนลืมหิว ลืมความลำบาก  ลืมความตาย ซึ่งนี่คือเสน่ห์ของการทำข่าวและรายงานข่าว”

สุเมธ” กล่าวว่า การทำข่าวท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้ง ไม่ได้แตกต่างไปจากการรายงานข่าวทั่วไป เพียงแต่จะต้องใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ อยู่ตลอดเวลา เนื่องจากความวุ่นวายหรือความอ่อนไหวในพื้นที่เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา

ฉะนั้น นักข่าวต้องรู้จักประเมินสถานการณ์ ต้องรู้ว่าใครเป็นใคร เพื่อที่จะประเมินและวิเคราะห์สถานการณ์ได้ทั้งหมด

“สุเมธ” เห็นว่า การรู้เท่าทันสถานการณ์ความขัดแย้งอย่างรอบด้าน จะทำให้นักข่าวสามารถทำข่าวเชิงสืบสวนสอบสวนได้อย่างเป็นระบบ รอบด้าน

“สิ่งที่อยากฝากไว้ก็คือ นักข่าวจะต้องเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา อ่านหนังสือให้เยอะ หาความรู้ใส่ตัวเองเสมอ อย่าทำตัวเป็นน้ำเต็มแก้ว เพราะการสะสมแห่งความรู้ จะทำให้เราสามารถประเมินและวิเคราะห์เหตุการณ์ และรายงานความเป็นจริงได้อย่างถูกต้องและเป็นระบบ”

 

-----------------------------------------------------------------

กิจกรรมห้องเรียนสาธารณะ

“ถอดประสบการณ์ ข่าวเจาะ เจาะข่าว : ท่ามกลางสถานการณ์รุนแรง”

จัดโดย สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย

ร่วมกับ สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย

สถาบันอิศรา มูลนิธิพัฒนาสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย

และ คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล  

ภายใต้การสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.)

วันศุกร์ที่ ๒๐ สิงหาคม  ๒๕๕๓ เวลา ๐๙.๓๐ - ๑๒.๓๐ น.

ณ ห้องประชุม ๑๒๐๕  ชั้น ๒  อาคารมุขปราณี  มหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล


๑. หลักการและเหตุผล

สถานการณ์ในเรื่องจรรยาบรรณของนักวิชาชีพด้านสื่อสารมวลชนถูกตั้งคำถามอย่างมาก  ถึงความเป็นมืออาชีพและจริยธรรมของการนำเสนอข้อเท็จจริงในเรื่องราวต่าง ๆ แก่ประชาชน ภายใต้กรอบการทำงานเชิงอุดมคติที่มุ่งสิทธิเสรีภาพในการทำหน้าที่ การแสดงความคิดเห็น  การเข้าถึงแหล่งข้อมูล เพื่อการให้ข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน เป็นธรรมกับทุกฝ่าย   ในฐานะองค์กรและวิชาชีพสื่อมวลชน  สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย มีเป้าหมายในการทำหน้าที่และบทบาท  เพื่อให้เกิดสันติภาพในสถานการณ์ต่างๆ โดยต้องสะท้อนข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในแง่มุมต่างๆ อย่างรอบด้าน เพื่อให้ทุกภาคส่วนของสังคมเข้ามาร่วมคิด ร่วมแก้ปัญหา ช่วยกันกอบกู้ พลิกฟื้นสถานการณ์รุนแรง จำเป็นต้องอาศัยแนวคิด ภูมิปัญญา องค์ความรู้ที่ถูกต้อง

สังคมจึงคาดหวังกับการนำเสนอข้อมูล ข่าวสาร เนื้อหาต่างๆ ผ่านสื่อมวลชน ในฐานะมีบทบาทต่อการสร้างความสงบสุข และสันติภาพในพื้นที่ต่างๆ  ที่สื่อมักจะถูกตรวจสอบและติดตามวิพากษ์วิจารณ์อยู่เสมอ

ความเป็นมืออาชีพและจริยธรรมของสื่อมวลชนจำเป็นต้องได้รับการถ่ายทอด สะท้อนถึงการทำบทบาทหน้าที่และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างบูรณาการร่วมกันทั้งจากสถาบันวิชาการ วิชาชีพ  และสถาบันด้านสังคม เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ และสร้างความเข้าใจในเป้าหมายที่มุ่งพัฒนาระบบสื่อให้มีมาตรฐานวิชาชีพอันจะนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพของสื่อมวลชน และมุ่งสร้างสุขภาวะที่ดีสู่สังคม ผนวกกับขณะนี้ อยู่ในวาระของการปฏิรูปสื่อ โดยเฉพาะสื่อใหม่ สื่ออิเล็กทรอนิกส์

กิจกรรมห้องเรียนสาธารณะ เรื่อง “ถอดประสบการณ์ ข่าวเจาะ เจาะข่าว  : ท่ามกลางสถานการณ์เหตุรุนแรงทางการเมือง” กิจกรรมที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย ทำงานในเชิงเครือข่ายร่วมกับ คณะนิเทศศาสตร์  มหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล และ สถาบันการศึกษาด้านนิเทศศาสตร์   สื่อสารมวลชน และสื่อมวลชนท้องถิ่นใน    ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  เพื่อให้เกิดกระบวนการถ่ายทอดความรู้ ประสบการณ์ และเป็นแรงจูงใจในการกระตุ้นให้นิสิต นักศึกษาด้านนิเทศศาสตร์ อยากเข้ามาทำงานสื่ออย่างเป็นระบบภายใต้กรอบการทำงานเชิงวิชาการ และร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ระหว่างนิสิต นักวิชาการ ภาคประชาสังคม และนักวิชาชีพสื่อทั้งระดับประเทศและท้องถิ่น  อย่างมุ่งหวังให้เกิดผลประโยชน์อย่างแท้จริงในการประกอบวิชาชีพด้านสื่อสารมวลชนต่อไป

๒ . วัตถุประสงค์

๒.๑  เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมืออย่างบูรณาการระหว่างสถาบันวิชาชีพ สถาบันวิชาการ และสื่อมวลชน ในการพัฒนามาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน อันจะนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพของสื่อมวลชน และมุ่งสร้างสุขภาวะที่ดีสู่สังคม

๒.๒  เพื่อให้ผู้เข้าร่วมมีความรู้ ความเข้าใจ ในการทำงานด้านสืบสวนสอบสวน และผลกระทบทางวารสารศาสตร์

๒.๓  เพื่อเป็นเวทีในการสะท้อนการทำบทบาทหน้าที่ และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นของการทำข่าวสืบสวนสอบสวน อันจะนำไปสู่แนวทางสร้างมาตรฐานการทำงานข่าว

๓. กลุ่มเป้าหมายเข้าร่วมสัมมนา

นิสิต นักศึกษา นักวิชาการ  ด้านนิเทศศาสตร์ และ สื่อสารมวลชน    จำนวน  ๑๐๐   คน

๔. ระยะเวลา

วันศุกร์ที่  ๒๐ สิงหาคม  ๒๕๕๓

๕. สถานที่

ห้องประชุม ๑๒o๕ ชั้น ๒  อาคารมุขปราณี  มหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล

๖. ผู้รับผิดชอบโครงการ

๖.๑  สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย

๖.๒  สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย

๖.๓  สถาบันอิศรา มูลนิธิพัฒนาสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย

๖.๔  คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล

๗. ผลที่คาดว่าจะได้รับ

๗.๑ เกิดเครือข่ายความร่วมมืออย่างบูรณาการระหว่างสถาบันวิชาชีพ สถาบันวิชาการ และสื่อมวลชน ในการพัฒนามาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน อันจะนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพของสื่อมวลชน และมุ่งสร้างสุขภาวะที่ดีสู่สังคม

๗.๒ ผู้เข้าร่วมสัมมนาได้รับความรู้  ความเข้าใจและประสบการณ์ของกระบวนการทำงานการสืบสวนสอบสวนและตระหนักถึงความสำคัญการนำเสนอการรายงานข่าวของสื่อ  รวมถึงสะท้อนการทำบทบาทหน้าที่  และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในการทำงาน อันจะนำไปสู่แนวทางสร้างมาตรฐานเชิงคุณภาพของการทำงานด้านสื่อสารมวลชน

 

----------------------------------------------------------

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 
วีทีอาร์-สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย พศ. 2562

ดูวีทีอาร์ทางyoutube

Login Form



หนังสือน่าอ่าน



จำนวนผู้ออนไลน์

เรามี 1557 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา

public nudity porn