<< แสดงข่าวอื่นๆภายในหมวด "ข่าวคุณภาพชีวิต"
Share

(สกู๊ปข่าว) ไฟข้ามทางม้าลายเสียมานาน ...ไร้คนดูแล
ผู้รายงานข่าว มุนินทร์ สายแสงจันทร์ (ม.ธรรมศาสตร์)   , วันที่ 17 ธันวาคม 2559 , จำนวนผู้ชม 141 คน
นศ. มธ. ศูนย์รังสิต วอนเร่งซ่อมสัญญาณไฟจราจรข้ามทางม้าลายบริเวณโรงอาหารกรีนแคนทีนที่เสียมาหลายเดือน ห่วงอาจเกิดอุบัติเหตุขึ้นได้แม้ข้ามทางม้าลายแล้ว

     เป็นเวลาเกือบ 3 เดือนแล้วที่เสาสัญญาณไฟจราจรคนข้ามแบบปุ่มกดนับเวลาถอยหลัง บริเวณโรงอาหารกรีนแคนทีน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ศูนย์รังสิต ถูกติดป้ายกระดาษบนปุ่มกดว่า "ห้ามกด สัญญาณไฟชำรุด รอดำเนินการซ่อม" ทำให้ผู้ที่ต้องข้ามถนนต้องข้ามถนนด้วยความระมัดระวังมากขึ้น หากช่วงเวลาที่มีปริมาณรถที่สัญจรไปมาบริเวณนั้นน้อยก็สามารถข้ามถนนได้ง่าย แต่ถ้าหากมีปริมาณรถมากก็ทำให้ผู้ที่เดินข้ามทางม้าลายต้องระมัดระวังมากขึ้นอีก เนื่องจากไม่มีสัญญาณไฟจราจรมาเป็นตัวกำหนดให้รถหยุดเพื่อให้คนข้ามถนน

     นายกฤษณ์พงษ์ เตชะพลี นักศึกษาพิการทางสายตา ชั้นปีที่ 3 คณะนิติศาสตร์ มธ. กล่าวว่า ส่วนใหญ่จะใช้ทางข้ามม้าลายบริเวณนี้และกดปุ่มสัญญาณไฟจราจรนี้อยู่เป็นประจำ แต่ช่วงที่ผ่านมาก็ไม่ได้กดปุ่มสัญญาณไฟจราจรเวลาที่ต้องเดินข้ามเพราะคิดว่าอาจจะเกิดการขัดข้อง เนื่องจากเวลากดปุ่มไปแล้ว สักพักจะได้ยินเสียงขอสัญญาณให้รถหยุดและสามารถข้ามไปอีกฝั่งหนึ่งได้ แต่ตอนนี้กลับไม่ได้ยินเสียงสัญญาณเลย

     “ช่วงนี้ก็มีทั้งเพื่อน และ รปภ. พาข้ามถนนบ้าง เพราะสัญญาณไฟมันเสีย หรือเวลาที่รถเห็นว่าเรากำลังจะข้ามถนนก็จะหยุดให้บ้าง แต่บางครั้งหากเป็นช่วงที่รถเยอะๆ แล้วเราต้องข้ามถนนโดยที่ไม่มีสัญญาณไฟบอกก็กังวลเรื่องความปลอดภัยอยู่เหมือนกัน” นายกฤษณ์พงษ์กล่าว และว่า หากปรับปรุงหรือซ่อมแซมสัญญาณไฟจราจรให้กลับมาใช้ได้เหมือนเดิมก็จะเป็นประโยชน์ทั้งกับทุกๆ คนที่ต้องเดินข้ามถนนเส้นนี้ด้วย

     ส่วนนางสาวชยุดา รัตนชัย นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มธ. กล่าวว่า ปกติถ้ามีสัญญาณไฟจราจรเวลาข้ามถนนก็จะสะดวกมากขึ้น เมื่อกดขอสัญญาณไฟ รถที่กำลังขับมาก็จะหยุดให้ แต่เมื่อสัญญาณไฟจราจรขัดข้อง รถก็ไม่ค่อยจะหยุดให้ ทำให้ต้องพยายามหาจังหวะข้ามถนนด้วยตัวเอง จึงรู้สึกว่ามีความเสี่ยงมากกว่าตอนที่มีสัญญาณไฟจราจร คือเมื่อข้ามถนนตรงทางม้าลาย รถที่กำลังขับมาอาจจะเพิ่งเห็นว่ามีคนข้ามถนนเพราะไม่มีสัญญาณไฟบอกให้รถหยุด แล้วชะลอไม่ทันก็อาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นได้

     เมื่อพบปัญหาดังกล่าว ผู้สื่อข่าวจึงติดต่อไปยังผู้ที่คาดว่าจะเกี่ยวข้องกับกรณีไฟสัญญาณจราจรขัดข้อง โดยได้ติดต่อไปยังหน่วยงานจราจร แต่ทางหน่วยงานชี้แจงว่าหากเป็นเรื่องเกี่ยวกับการก่อสร้างหรือปรับปรุงนั้นต้องไปติดต่อกับทางกองอาคารสถานที่ และเมื่อได้ไปติดต่อกับทางอาคารสถานที่แล้วนั้น ทางกองอาคารสถานที่กลับให้ไปติดต่อทางกองกิจการนักศึกษาแทน ก่อนจะทราบว่าทางศูนย์บริการนักศึกษาพิการ มธ. เป็นผู้รับผิดชอบเกี่ยวกับสัญญาณไฟจราจรนี้อยู่

     นางวิไลวรรณ ซึ้งปรีดา นักวิชาการศูนย์บริการนักศึกษาพิการ มธ. ศูนย์รังสิต กล่าวว่า การก่อสร้างเสาสัญญาณไฟจราจรเป็นงบประมาณของทางศูนย์บริการนักศึกษาพิการ มธ. ซึ่งเริ่มสร้างเมื่อประมาณปี พ.ศ.2555 โดยสร้างเพื่อให้นักศึกษาพิการ ทั้งนักศึกษาที่พิการทางการมองเห็นและนักศึกษาที่ใช้รถวีลแชร์สามารถข้ามถนนได้อย่างสะดวกและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น แต่ทั้งนี้จุดประสงค์หลักก็เพื่อประโยชน์ของนักศึกษา บุคลากร หรือบุคคลทั่วไปได้ใช้สิ่งอำนวยความสะดวกนี้ เมื่อสร้างเสร็จแล้วทางศูนย์บริการนักศึกษาพิการ ได้ทำหนังสือมอบให้กับมหาวิทยาลัย จากนั้นทางมหาวิทยาลัยจะให้หน่วยงานใดเป็นผู้ดูแลก็ขึ้นอยู่กับมหาวิทยาลัย หากเกิดการชำรุด ขัดข้องหรือมีปัญหา ทางหน่วยงานที่ดูแลนั้นก็ต้องแจ้งให้กับทางศูนย์บริการนักศึกษาพิการรับทราบ เพื่อจะได้ดำเนินการในการหางบประมาณและบริษัทที่จัดซ่อม แต่ถ้าทางหน่วยงานนั้นไม่ได้มาแจ้งให้ทราบ ทางศูนย์บริการนักศึกษาพิการก็ไม่สามารถจัดสรรงบประมาณดำเนินการจัดซ่อมไปให้ได้

     ส่วนในกรณีนี้ไม่มีใครมาแจ้งให้ทราบ ทางศูนย์บริการนักศึกษาพิการเองทราบเอง และได้ดำเนินการจัดหาบริษัทจัดซ่อมไว้แล้ว และเนื่องจากมีบริษัทที่ก่อสร้างเสาสัญญาณไฟจราจรที่มีทั้งเสียง (เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้พิการ) มีทั้งไฟ และโซลาร์เซลล์ (เพื่อที่จะใช้ได้ตลอด 24 ชั่วโมง) มีจำนวนน้อยมาก จึงดำเนินการได้ล่าช้า ประกอบกับบริษัทที่เคยก่อสร้างเสาสัญญาณไฟจราจรในครั้งแรกก็หมดสัญญาแล้วก็ไม่สามารถที่จะติดต่อได้อีก ทำให้ต้องหาบริษัทใหม่ ตอนนี้มีติดต่อมาบริษัทเดียวแต่มีราคาที่สูงมาก โดยอยู่ที่ประมาณ 340,000 บาทซึ่งเกินงบประมาณของราคาที่ก่อสร้างครั้งแรก คือประมาณ 300,000 บาท

     “ในระเบียบราชการแล้ว ต้องหาอะไรที่ประหยัดที่สุด  ทางเราก็รออยู่ว่าจะมีบริษัทอื่นอีกไหม แต่ถ้าไม่มีในเดือนนี้ ก็ต้องยอมจ่ายเพื่อความปลอดภัยของนักศึกษา เราคิดว่ามันเอื้อต่อทุกคนในประชาคมธรรมศาสตร์ และภายในเดือนมกราคม 2560 น่าจะกลับมาใช้ได้ตามปกติ” นางวิไลวรรณกล่าว

     แม้ว่ากระบวนการของระบบราชการซึ่งมีขั้นตอนที่ซับซ้อนที่เมื่อหาบริษัทที่ก่อสร้างได้แล้ว แต่ก็ต้องเชิญบริษัทมาให้คณะกรรมการตรวจสอบว่าจะเลือกหรือไม่ จากนั้นก็ต้องขออนุมัติงบประมาณอีกทีถึงจะเริ่มการก่อสร้างได้ อย่างไรก็ตามคาดว่าไม่เกินเดือนมกราคมปี พ.ศ. 2560 สัญญาณไฟจราจรก็จะกลับมาใช้ได้ตามปกติตามที่นางวิไลวรรณแจ้งให้ทราบ

 



ข่าวอื่นๆจากผู้รายงานข่าวนี้
มธ. ศูนย์รังสิต นำเครื่องรับบรรจุภัณฑ์รีไซเคิลมาทดลองใช้ ลดปัญหาการทิ้งขยะผิดประเภท   ( 15 ธันวาคม 2559 )



kapook.com