<< แสดงข่าวอื่นๆภายในหมวด "ข่าวคุณภาพชีวิต"
Share

ปรับแผนรถเมล์เทศบาลเชียงใหม่ หลังประชาชนไม่นิยมใช้บริการ
ผู้รายงานข่าว ชุติมณฑน์ สอนไพบูลย์ (มหาวิทยาลัยพายัพ)   , วันที่ 27 ธันวาคม 2560 , จำนวนผู้ชม 200 คน
เทศบาลนครเชียงใหม่ เตรียมแก้ปัญหารถเมล์ หลังพบว่าไม่เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน ยืนยันปีหน้ามาเพิ่มจำนวนรถ

 

นายชาตรี เชื้อมโนชาญ รองนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ ให้สัมภาษณ์พิเศษถึงปัญหาของรถเมล์เทศบาลนครเชียงใหม่ ที่ไม่เป็นที่นิยมในกลุ่มประชาชนทั่วไป เนื่องจาก ปัจจุบัน รถเมล์มีจำนวนน้อย มีเพียง 18 คัน เท่านั้น และการปล่อยรถเมล์นั้นจะปล่อย 40 นาที ต่อ 1 คัน จึงเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ประชาชนไม่นิยมขึ้นรถเมล์เทศบาล อีกทั้งยังวิ่งเพียง 3 เส้นทาง ได้แก่ สาย B1 เริ่มจากอาเขต – สวนสัตว์  สาย B2 อาเขต – สนามบิน และ สาย B3 อาเขต – ศูนย์ราชการ (วิ่งข้างหลังศูนย์ราชการ) แต่ขณะนี้ สาย B3  จะขอเปลี่ยนเส้นทาง เพราะไม่มีผู้ใช้บริการเลย

 

รองนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่  กล่าวอีกว่า เทศบาลนครเชียงใหม่ต้องบริหารค่าใช้จ่ายเองทั้งหมดตามงบประมาณของจังหวัดที่รัฐบาลให้ในแต่ละปี ขณะนี้มีการปรึกษาร่วมกับนายกเทศมนตรีเชียงใหม่ เพื่อกำหนดแนวทางในแก้ไขปัญหา โดยเตรียมแผนพัฒนาเพิ่มจำนวนรถเมล์ จะมีการเซ็นสัญญาข้อตกลงขอรถที่ไม่ใช้จากกรุงเทพฯ มาวิ่งในจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งจะเพิ่มจากสายละ 6 คัน เป็นสายละ 20 คัน เพื่อเพิ่มจำนวนรอบในการหมุนเวียนรถให้มากขึ้น อีกทั้งจะลดระยะเวลาในการปล่อยรถ จาก 40 นาที ปล่อย  1 คัน อาจจะปล่อยถี่ขึ้นเป็น 10 นาที ต่อ 1 คัน จะทำให้ประชาชนสนใจและอยากจะใช้บริการมากยิ่งขึ้น

 

“เพราะตอนนี้ไม่มีแรงจูงใจให้ประชาชนมาใช้บริการจึงเป็นปัญหาหลักที่ทางเทศบาลประสบปัญหาอยู่ตอนนี้ อีกทั้งยังวางแผนทำป้ายดิจิตอลตามป้ายรถเมล์เพื่อบอกเวลารถที่จะมาถึง ซึ่งเตรียมที่จะติดตั้งให้แล้วเสร็จภายในปี 2561 รวมไปถึงการติดตั้ง Wi-Fi ในบริเวณป้ายรถเมล์ เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้โดยสารอีกด้วย”

 

 

นายชาตรี อธิบายถึงข้อจำกัดด้วยว่า การทำงานของเทศบาลมีอิสระในการทำงานเพียง 80 เปอร์เซ็นต์ ส่วน อีก 20 เปอร์เซ็นต์ สำนักงานขนส่งจังหวัดจะจัดการเรื่องเส้นทางการเดินรถทั้งหมด เราไม่สามารถวิ่งทับเส้นทางสัมปทานของผู้อื่นได้ เพราะมีกฎหมายบังคับใช้ ดังนั้นต้องมีการพูดคุยกันทั้งหมดทุกครั้งก่อนที่จะจัดตารางวิ่งรถ จะสามารถวิ่งได้หรือไม่ หรือไปทับกับเส้นทางเดินรถของใครหรือไม่ ในหลายๆ บริษัท ที่มาจากนอกเมืองเข้ามาในเมือง ถ้าวิ่งทับเส้นทางเมื่อไหร่อาจจะเสียเปรียบได้




kapook.com