<< แสดงข่าวอื่นๆภายในหมวด "ข่าวเทคโนโลยี-ไอที"
Share

ปลุกกระแส "ฟรีซอฟต์แวร์" โปรแกรมเมอร์หวั่นทำรายได้ลด
ผู้รายงานข่าว ชนฐิตา ไกรศรีกุล (มหาวิทยาลัยเชียงใหม่)   , วันที่ 15 มกราคม 2561 , จำนวนผู้ชม 57 คน
กลุ่ม “ขบวนการซอฟต์แวร์เสรีแห่งประเทศไทย” ผุดไอเดียส่งเสริมการใช้ซอฟต์แวร์เสรี หวังให้ความรู้ความตระหนักผ่านสื่อออนไลน์-เพิ่มทางเลือกแก่ผู้ใช้คอมพ์ทั่วประเทศ ฝ่ายผู้ใช้-ตัวแทนสายงานวิศวกรรมซอฟต์แวร์พร้อมหนุน แต่ยังห่วงรายได้จากการเขียนโปรแกรมหด หากมีแต่ผู้ใช้เสรี ไม่มีผู้ซื้อ

ขบวนการซอฟต์แวร์เสรีแห่งประเทศไทย หรือฟรีซอฟต์แวร์ จังหวัดเชียงใหม่ นำโดย นายการัณยภาส ภู่ยงยุทธ์ และนายปฐมพงศ์ กวางทอง เผยแพร่บทความปฐมฤกษ์ฉบับแปล “ซอฟต์แวร์เสรีคืออะไร” หลังเปิดเว็บบล็อก fsmthailand.wordpress.com  หวังเป็นสื่อกระจายความรู้เรื่องการใช้งาน สร้างตัวเลือกใหม่แก่ผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์ทั่วไปทั่วประเทศ  โดยยอมรับว่ามีแนวคิดคล้ายกันนี้ในประเทศไทยสักระยะแล้ว แต่พวกตนจะเป็นกลุ่มแรกที่ใช้ชื่อขบวนการนี้ และเน้นมุ่งกลุ่มเป้าหมายเป็นกลุ่มผู้ใช้งานธรรมดา ไม่ใช่กลุ่มนักพัฒนาโปรแกรมเช่นกลุ่มขบวนการอื่นๆ 

นายการัณยภาส ระบุว่า ฟรีซอฟต์แวร์ที่นี้ไม่ได้หมายถึงการใช้ซอฟต์แวร์โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย แต่หมายถึงซอฟต์แวร์อิสระที่เคารพต่อเสรีภาพของผู้ใช้และชุมชน ประกอบไปด้วยหลักการ 4 ประการ คือ 1. Freedom Zero ผู้ใช้สามารถใช้งานซอฟต์แวร์ใดๆ บนเครื่องคอมพิวเตอร์ของตัวเองได้อย่างเสรีตามต้องการ 2. Freedom One ผู้ใช้สามารถแก้ไขดัดแปลงโปรแกรมได้อย่างอิสระ หมายถึงต้องมีการเปิดให้เข้าถึง source code เพื่อให้ผู้ใช้ได้ศึกษาเบื้องหลังการทำงานของโปรแกรมและแก้ไขได้ 3. Freedom Two ผู้ใช้สามารถแจกจ่ายสำเนาให้ผู้ใช้อื่นๆ ได้ และ 4.Freedom Three ผู้ใช้สามารถแจกจ่ายสำเนาของโปรแกรมที่ตนดัดแปลงให้ผู้ใช้คนอื่นได้  โดยฟรีซอฟต์แวร์จะต้องมีองค์ประกอบครบทั้ง 4 ข้อ  ถ้าขาดข้อใดข้อหนึ่ง จะถือว่าเป็นซอฟต์แวร์ไม่เสรี (Non-free)

 

 “ในประเทศไทยมีคนรู้บ้างแล้ว เพราะมีการเขียนถึงประเด็นนี้อยู่พอสมควร” นายการัณยภาสกล่าว “แต่กลุ่มเป้าหมายเราจะเน้นผู้ใช้ธรรมดา หรือคนที่ใช้คอมพิวเตอร์ทุกวัน ซึ่งมักจะใช้ซอฟต์แวร์ไม่เสรี อย่างระบบปฏิบัติการวินโดวส์หรือแมค ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์ที่อาจคุกคามผู้ใช้ได้  พวกเขาไม่ผิดเพราะไม่รู้ว่ามีทางเลือกอื่น  เราจึงต้องเสนอทางเลือกให้เขาเปลี่ยนมาใช้ฟรีซอฟต์แวร์”

 

การโน้มน้าวให้ผู้ใช้เปลี่ยนมาใช้ฟรีซอฟต์แวร์ หรือซอฟต์แวร์เสรี ต้องเป็นไปด้วยความสมัครใจ เนื่องจากยังมีฟรีซอฟต์แวร์บางตัวยังคงมีประสิทธิภาพและความสะดวกสบายในการใช้งานที่น้อยกว่าเมื่อเทียบกับซอฟต์แวร์ไม่เสรี  เป็นเรื่องของผู้ใช้ที่จะต้องปรับตัวเพื่อเรียนรู้โปรแกรมใหม่ๆ  อย่างไรก็ตามในปัจจุบันได้มีการพัฒนาซอฟต์แวร์เสรีหลายตัวให้มีประสิทธิภาพดี ใช้งานง่ายขึ้นแล้ว

 

 ผู้ใช้ฟรีซอฟต์แวร์มีได้ตั้งแต่ระดับผู้ใช้งานทั่วไป จนถึงนักพัฒนาที่สามารถเขียนและดัดแปลงโปรแกรมเองได้ โดยจะใช้ระบบอิงชุมชน คือ ผู้ใช้เบื้องต้นสามารถขอความช่วยเหลือจากเพื่อนผู้ใช้งานคนอื่น หรือจากนักพัฒนาในชุมชนเพื่อแก้ไขปัญหาคอมพิวเตอร์ แทนที่จะเป็นหน้าที่ของบริษัท เมื่อผู้ใช้งานเบื้องต้นสั่งสมความรู้ได้มากพอ ก็จะสามารถใช้งานและดัดแปลงแก้ไขโปรแกรมของตนได้อย่างเสรี และพร้อมจะช่วยเหลือผู้ใช้คนอื่นๆ ต่อไป

               

ในอนาคต กลุ่มขบวนการซอฟต์แวร์เสรีแห่งประเทศไทย มีแผนขับเคลื่อนความคิดนี้ต่อไปผ่านทางสื่อออนไลน์  นายการัณยภาสให้ความเห็นว่า ควรส่งเสริมให้ใช้ฟรีซอฟต์แวร์ในสถานศึกษามากขึ้น เนื่องจากจะเป็นการประหยัดงบประมาณในการสั่งซื้อซอฟต์แวร์ราคาแพงทุกปี แล้วยังเป็นการเปิดโอกาสให้เด็กได้เรียนรู้ เข้าใจเบื้องหลังการทำงาน ตลอดจนสามารถพัฒนาซอฟต์แวร์ตัวใหม่ได้  อาจเป็นการกรุยทางเพื่อสร้างโปรแกรมเมอร์ฝีมือดีในอนาคต

 

ส่วนในแง่ลิขสิทธิ์ ขบวนการซอฟต์แวร์เสรีสนับสนุนแนวคิด ‘Copyleft’ ซึ่งเป็นการนิยามแนวคิดขั้วตรงข้ามกับ Copyright  กล่าวคือ Copyright เป็นการคุ้มครองผู้คิดค้นซอฟต์แวร์ ไม่ให้ผู้อื่นดัดแปลง คัดลอก ทำซ้ำ แจกจ่ายหากไม่ได้รับอนุญาต ส่วน Copyleft จะยังคงให้เครดิตแก่ผู้คิดค้นคนแรก แต่เปิดกว้างให้ผู้ใช้คนอื่นๆ สามารถดัดแปลง ฯลฯ ได้ ผ่านการเปิดเผย source code หรือรหัสเขียนโปรแกรม

 

ด้าน นายกิตติธัช บุญกาญจน์ นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ ชั้นปีที่3 มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เปิดเผยว่าตนเขียนแอปพลิเคชั่นส่งประกวด และรับเขียนโปรแกรมเป็นงานพาร์ทไทม์ตั้งแต่ศึกษาอยู่ปีที่สอง ในการทำงานจะมีเว็บไซต์ Github ให้โปรแกรมเมอร์อัปโหลดงานของตนขึ้นอินเทอร์เน็ต เพื่อสำรองข้อมูลการทำงาน และเป็นการเปิด source code ให้ใครก็เข้าถึงได้ ส่วนมากเป็นฟรีซอฟต์แวร์ที่สามารถดึงมาใช้ได้เลย ยกเว้นบางตัวที่ผู้ใช้ต้องการให้จ่ายเงิน หรือให้เครดิตชื่อผู้เขียนโปรแกรมก่อนจึงจะใช้งานได้  ส่วนตัวเคยทั้งเป็นผู้อัปโหลดลงเว็บไซต์ และนำ code ของผู้อื่นมาพัฒนาต่อ

 "เห็นด้วยกับแนวคิดฟรีซอฟต์แวร์  แต่ในฐานะผู้พัฒนา นายกิตติธัชแสดงความคิดเห็นว่า แม้ฟรีซอฟต์แวร์จะมีข้อดีตรงที่เป็นการแจกจ่ายนวัตกรรมสู่สังคมให้ผู้อื่นใช้ประโยชน์ได้ และโปรแกรมเมอร์ก็สามารถขายโปรแกรมให้กับผู้ซื้อได้ ตราบใดที่ยังคงมีการเปิดเสรีทั้ง 4 ข้อ แต่ฟรีซอฟต์แวร์อาจสร้างรายได้ให้โปรแกรมเมอร์ หรือนักพัฒนาโปรแกรมเพียงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับโปรแกรมไม่เสรี  เนื่องจากสามารถขายได้เพียงครั้งเดียวก่อนที่ผู้ใช้จะนำไปดัดแปลงเองโดยเสรี  นอกจากนี้ ซอฟต์แวร์เสรี อย่างลินุกซ์ ก็ค่อนข้างใช้งานยาก อาจทำให้นศ. ส่วนมากเข้าไม่ถึง  แต่การจ่ายเงินเป็นค่าลิขสิทธิ์ (Copyright) เพื่อใช้งานซอฟต์แวร์ไม่เสรี จะทำให้บริษัทนำเงินไปพัฒนาสินค้าและบริการเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อผู้ใช้ต่อไปได้อย่างเต็มที่

 

ขณะที่ นายธีรมล บัวงาม บรรณาธิการสำนักข่าวประชาธรรม และผู้สนใจเทคโนโลยี วัฒนธรรมเสรี กล่าวว่า ตนรู้จักและสนใจแนวคิดฟรีซอฟต์แวร์มานานแล้ว  แม้จะจ่ายเงินให้กับโปรแกรมหรือแอปพลิเคชันบางอย่าง อาทิ โปรแกรม Adobe และ Netflix แต่ตนก็ยังไม่เห็นด้วยอยู่ดีที่ต้องจ่ายซื้อลิขสิทธิ์  เพราะให้ความสำคัญกับทั้ง Copyleft และ Copyright แต่ให้น้ำหนักอย่างแรกมากกว่าอย่างหลัง

 

“เราเชื่อว่า การสร้างสรรค์เกิดจากวัฒนธรรมเสรี  ความรู้ที่เราได้รับมีพื้นฐานมาจากความรู้ที่คนอื่นๆ สร้างแล้วส่งผ่านกันมารุ่นสู่รุ่นทั้งนั้น  ความสร้างสรรค์จึงเกิดจากการสร้างร่วมกัน  แต่ระบบตลาดในปัจจุบันทำให้กลุ่มคนบางกลุ่มผูกขาดการสร้างสรรค์อย่างไม่เป็นธรรม” นายธีรมลกล่าว


 

นายธีรมลเห็นด้วยว่า แนวคิดฟรีซอฟต์แวร์จะนำพาโลกไปสู่สิ่งใหม่ได้ เพราะทุกคนร่วมกันสร้าง จึงเคารพการมีอยู่ของกันและกัน  สำหรับประเด็นรายได้ของโปรแกรมเมอร์ นายธีรมลแสดงความเห็นว่า ไม่ได้มีแค่รูปแบบการขายโปรแกรมเท่านั้นที่จะทำให้คนเหล่านี้อยู่รอดในตลาด  แต่ยังมีการซื้อในราคาถูกลง หรือการบริจาค ที่จะประคับประคองทั้งผู้ซื้อ-ผู้สร้างให้อยู่ได้

 

“นี่ไม่ใช่ความฝัน แต่เป็นปฏิบัติการที่เกิดขึ้นแล้วในหลายประเทศทั่วโลก รวมถึงไทยด้วย  การตื่นตัวและเข้าร่วมกับกิจกรรมในครั้งนี้จะช่วยส่งเสริมความรู้สึกของการเป็นชุมชนเดียวกัน และการทำงานข้ามพรมแดนให้เกิดขึ้น  เพราะหากข้อจำกัดถูกทลายลง  หากเราเชื่อมกันทั้งโลกจะทำให้การเปลี่ยนแปลงเกิดได้ไวขึ้น” นายธีรมลกล่าวทิ้งท้าย 

 

 

 



ข่าวอื่นๆจากผู้รายงานข่าวนี้
กรรมการบัณฑิตฯ แจงปมประท้วงภาพรับปริญญา มช. เกินครึ่งหมื่น ยันไม่ผูกขาดร้าน-ไม่ทุจริต   ( 15 มกราคม 2561 )



kapook.com