<< แสดงข่าวอื่นๆภายในหมวด "ข่าวการศึกษา"
Share

ม.รามฯ เปลี่ยนระบบเกรดใหม่เป็นแบบสากล
ผู้รายงานข่าว ธงไทย ระวังวงศ์ (ม.รามคำแหง)   , วันที่ 17 กรกฎาคม 2555 , จำนวนผู้ชม 18650 คน
ม.ราม เปลี่ยนระบบเกรด ใช้ A B C D เริ่มปีการศึกษา 55 เทียบเท่าทุกสถาบัน เชื่อส่งผลดีช่วยนักศึกษาเกรดเพิ่มขึ้น ด้านนักศึกษา หวั่น อาจฉุดเกรดลงได้

ผศ.วุฒิศักดิ์ ลาภเจริญทรัพย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง (ม.ร.) เปิดเผยว่า ตั้งแต่ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา  2555 เป็นต้นไป ทาง ม.ร.ได้ปรับเปลี่ยนระบบเกรดจาก G  P  F เป็น  A  B  C  D เพื่อเป็นการพัฒนามหาวิทยาลัยไปสู่ประชาคมอาเซียนและก้าวสู่ความเป็นสากล ทำให้การวัดผลการศึกษาของนักศึกษามีความละเอียดมากขึ้น และการเทียบโอนหน่วยกิจจากมหาวิทยาลัยอื่นเป็นไปได้ง่ายขึ้น

อธิการบดี ม.ร. กล่าวว่า รายละเอียดของเกรดระบบ A  B  C  D คือ A = Excellent  4.00 (ดีเยี่ยม), B+=Very Good 3.50 (ดีมาก), B=Good 3.00 (ดี), C+=Fairly Good 2.50 (ปานกลาง), C=Fair 2.00 (พอใช้), D+=Very Poor 1.50 (อ่อน), D=Poor 1.00 (อ่อนมาก) และF=Failure 0.00 (สอบตก)

ผศ.วุฒิศักดิ์  กล่าวว่า ตั้งแต่ ม.ร.ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี  2514 ถึงปัจจุบัน ผ่านมา 41ปี เป็นสถาบันการศึกษาและการวิจัยแบบตลาดวิชา  ซึ่งจะแตกต่างจากมหาวิทยาลัยอื่นๆ ส่วนการตัดเกรดของ ม.ร. ใช้ระบบ G  P  F โดย G=Good 4.00 (ระดับคะแนน80-100), P=Pass 2.25 (ระดับคะแนน60-79) และ F=Failure หมายถึงตก (ระดับคะแนน59 ลงมา) ซึ่งแตกต่างจากสถาบันการศึกษาอื่นๆ

“ ที่ผ่านมา ทาง ม.ร. ใช้ระบบตัดเกรดแบบ G  P  F  สาเหตุที่ใช้ระบบนี้  เนื่องจากมีนักศึกษาจำนวนมากและเป็นรูปแบบของมหาวิทยาลัยตลาดวิชา การใช้ตะแกรงถี่เกินไปอาจไม่เป็นระบบการวัดผลที่ดี “ผศ.วุฒิศักดิ์  กล่าว

ด้าน ดร.สุรวีร์ เพียรเพชรเลิศ อาจารย์ภาควิชาหลักสูตรและการสอน คณะศึกษาศาสตร์ ยอมรับว่า เห็นด้วยกับการเปลี่ยนระบบเกรดในครั้งนี้ เพราะระบบเกรดแบบA B C D เป็นมาตรฐานสากลและเป็นแบบเดียวกับสถาบันการศึกษาอื่นๆทั้งในและต่างประเทศ จะช่วยให้นักศึกษาได้เกรดเฉลี่ยเพิ่มขึ้น แต่ก็ยอมรับว่าอาจทำให้เกิดความสับสนในช่วงแรก แต่ในระยะยาวเชื่อมั่นว่าดี

รศ.อนงค์ทิพย์ เอกแสงศรี อาจารย์ภาควิชาบริหารรัฐกิจ คณะรัฐศาสตร์ กล่าวว่า เมื่อผู้บริหารตัดสินใจเปลี่ยนระบบการตัดเกรด  แสดงว่ามีการประเมินแล้วว่าจะเกิดผลดีมากกว่าผลเสีย และเชื่อว่าจะส่งผลดีต่อนักศึกษาทำให้มีโอกาสได้เกรดเพิ่มขึ้น  หากเทียบกับเมื่อก่อนได้เกรด P กับ G  ถ้าทำคะแนนได้เกือบถึง G ก็เกรด P แต่เปลี่ยนเป็นแบบใหม่อาจจะได้ B+ ก็ได้ รวมถึงยังทำให้นักศึกษาจบการศึกษาได้เร็วด้วย

ส่วนความคิดเห็นจากนักศึกษา นางสาวสุชาดา ทองเถอว์ นักศึกษาชั้นปีที่ 3คณะนิติศาสตร์เห็นว่า ระบบเกรดแบบใหม่มีทั้งข้อดีและข้อเสียด้วย เพราะจะทำให้ผู้เรียนจบง่ายขึ้นกว่าเดิม แต่อาจจะได้เกรดต่ำลง เพราะมีเกรด D, D+ และ C มาคอยฉุดเกรด จากเดิมหากได้  P ทุกวิชา เกรดเฉลี่ยจบก็จะได้ 2.25  แต่แบบใหม่หากได้เกรด  D ทุกวิชาหรือ ได้เกรดที่ต่ำกว่า C+  ทำให้เกรดเฉลี่ยน้อยลงจนทำให้ไม่จบการศึกษาตามข้อบังคับมหาวิทยาลัยได้

ทางด้านนายรอฟา สามะแอ นักศึกษาชั้นปีที่ 5 คณะศึกษาศาสตร์ สาขาสังคมศึกษา เห็นว่าการเปลี่ยนระบบเกรดใหม่เป็นเรื่องที่ดี ทำให้มหาวิทยาลัยรามคำแหงเท่าเทียมกับมหาวิทยาลัยอื่นๆ อีกทั้งยังทำให้นักศึกษาได้เกรดเพิ่มขึ้นและจบการศึกษาง่ายขึ้นด้วย แต่ก็จะสร้างความสับสนให้กับนักศึกษาเก่าได้

นอกจากนี้ ผศ.วุฒิศักดิ์ กล่าวว่า นอกจากการปรับเปลี่ยนระบบการตัดเกรดแล้ว  ทาง ม.ร.ยังได้เปลี่ยนรหัสกระบวนวิชาจากเดิมมี 5 หลักเป็น 7 หลัก อีกด้วย ตัวอย่างเช่น EN101 เปลี่ยนเป็น ENG1001

 



ข่าวอื่นๆจากผู้รายงานข่าวนี้
เครือข่ายผู้หญิงชายแดนใต้ ชี้กฎหมายพิเศษกระทบปชช.   ( 8 กันยายน 2555 )
กระทรวงไอซีที ติดตั้งไวไฟฟรีทั่วรั้วพ่อขุน   ( 2 กันยายน 2555 )
เขตบางกะปิเร่งสร้างท่อระบายน้ำหลังถูกชาวบ้านโวย   ( 21 สิงหาคม 2555 )
ความสวยที่มาพร้อมกับความตาย แพทย์เตือน ฉีดผิวขาวเสี่ยง   ( 19 สิงหาคม 2555 )
ม.รามฯจับมือSCBเปิดตัวบัตรนักศึกษาใช้กดเงินได้   ( 9 สิงหาคม 2555 )



kapook.com