สมาคมนักข่าว นักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย

Home เกี่ยวกับเรา ตำนานฅนข่าว ไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล

ไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล

AddThis Social Bookmark Button

สุเมธ  เมฆลอย

    เส้นทางการเข้าสู่อาชีพนักข่าวของหลายๆคน คงมีเส้นทางที่แตกต่างกัน แต่สิ่งหนึ่งที่นักข่าวทุกคนมีเหมือนกัน คือ คนที่ตัวเองเคารพและยกย่องให้เป็นครูอาจารย์ในสายอาชีพ ที่เป็นแบบอย่างให้หลายๆคนยึดแบบแผนและแนวทางในการก้าวเดินอยู่ในสายอาชีพนักข่าว

     สำหรับนักข่าวในพื้นที่ภาคใต้หลายๆคนแล้ว หากเอ่ยถึงชื่อ  ไชยยงค์ มณีพิลึก   หรือที่ได้เปลี่ยนนามสกุลใหม่เป็น มณีรุ่งสกุล  นักข่าวในภาคใต้ทุกคน ไม่ว่าจะอยู่จังหวัดไหน ไม่มีใครที่ไม่รู้จักท่านผู้นี้  นักข่าวรุ่นน้องหลายคนยกย่องให้เขาเป็นอาจารย์ในสายอาชีพนักข่าวของนักข่าวภูธรภาคใต้

     หากย้อนไปดูเรื่องราว เส้นทางชีวิตของเขาผู้นี้ กว่า 30 ปี ในวงการหนังสือพิมพ์ของเขา มิได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ทุกอย่างที่ได้มาในทุกวันนี้  ล้วนแต่ใช้ความตั้งใจ ความมุ่งมั่น และความพากเพียรพยายามของตัวเอง บวกกับความรักในการเขียน การถ่ายทอดเรื่องราวผ่านตัวอักษร

งานเขียนของผมปรากฏอยู่ในหนังสือพิมพ์ ในตอนนั้นผมยังเรียนหนังสืออยู่  ด้วยความชอบเขียนบทความและกลอน ผมจึงส่งพบความและกลอนที่เขียนไปยัง หนังสือพิมพ์ไทยทักษิณ เป็นหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นของภาคใต้ ราย 3 วัน ฉบับเดียว ที่วางแผงขายตั้งแต่ จังหวัดชุมพรยันอำเภอสุไหงโกลก จังหวัดนราธิวาส  ก็ได้รับการตีพิมพ์ทุกครั้งที่ส่งไป  โดยที่ทาง กอง บก.ไทยทักษิณ ไม่รู้ว่า ผมเป็นเพียงเด็กนักเรียนอายุ 16  ปี

     งานเขียนที่ถูกส่งไปยังหนังสือพิมพ์ไทยทักษิณ อย่างต่อเนื่อง ตลอด 5 ปี  จนทำให้ทางกอง บก.เกิดความสนใจที่อยากตัว นักเขียนนิรนามผู้นี้ มาเป็นนักเขียนประจำของหนังสือพิมพ์

ทางหนังสือพิมพ์ได้ส่งจดหมาย มาหาผมตามที่อยู่บนจดหมายที่ผมเคยส่งไป แจ้งว่า ต้องการให้ผมมาเขียนประจำ มีหน้าประจำให้ผม ด้วยความรักในการเขียน และเป็นสิ่งที่ตัวเองชอบอยู่แล้ว  ทำให้ผมตัดสินใจมาทำงานให้หนังสือพิมพ์ ในฐานะนักเขียนประจำ โดยมิได้ลังเล

    เพราะความรักงานเขียน และหลงใหลอาชีพนักเขียน  ด้านการเรียนของเขาจึงจบลงที่ วุฒิการศึกษาประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ที่โรงเรียนบุนนาคพานิชยการ ด้วยวัยเพียง 22 ปี หันหน้าเข้าสู่เส้นทางอาชีพนักหนังสือพิมพ์อย่างเต็มตัว  แต่ตอนนั้นเขายังไม่ได้เป็นนักข่าว

ทุกอย่างมันเริ่มขึ้นหลังจากเป็นนักเขียนประจำ มีหน้าที่เขียนบทบรรณาธิการ เขียนบทความต่างๆให้หนังสือพิมพ์ ไทยทักษิณได้ 2 ปี เกิดการทะเลาะกันในกองบรรณาธิการ บก.ข่าวยกสต๊าฟออกหมด หนังสือพิมพ์เลยออกไม่ได้  คุณธนา พันธุเมธา บก.เจ้าของหนังสือพิมพ์ และนายกสมาคมนักหนังสือพิมพ์ภาคใต้ในขณะนั้น ได้เรียกผมไปพบ และมอบหมายงานให้ไปเป็นนักข่าวอาชญากรรม โดยไปทำข่าวที่โรงพัก ส่งข่าวป้อนมายังหนังสือพิมพ์ และก็สามารถทำข่าวได้ จึงทำทั้งข่าวและงานเขียนควบคู่ไปให้กับหนังสือพิมพ์ จนได้รับตำแหน่งเป็นหัวหน้าข่าวอาชญากรรมในหนังสือพิมพ์อีกตำแหน่ง

   เมื่อได้เป็นนักข่าวหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นเต็มตัวแล้ว  สิ่งที่ควบคู่กันมาก็คือ การเป็นนักข่าวประจำจังหวัดส่งข่าวให้กับหนังสือพิมพ์ฉบับใหญ่ ในส่วนกลาง  ซึ่งเป็นงานที่นักข่าวท้องถิ่นหลายคนในขณะนั้นใฝ่หา  

หนังสือพิมพ์ส่วนกลางฉบับแรกที่ให้ผมเป็นข่าวส่งข่าวให้ คือหนังสือพิมพ์เดลิมิเลอร์  ต่อมาก็ทำให้ หนังสือพิมพ์อีกหลายฉบับควบคู่ไปคือ ดาวสยาม บ้านเมือง แนวหน้า เสียงปวงชน ตะวันสะยาม ทำข่าวส่งให้ทุกๆข่าวที่เกิดขึ้น ทุกข่าวไม่ว่า จะอาชญากรรม เศรษฐกิจ สังคม  ทำได้หมด

   การเป็นนักข่าวของเขา ยังไม่หยุดแค่นั้น มีแต่จะเติบโตขึ้นมาเรื่อยตามลำดับ จนในปี 25272528 ได้เข้ามาเป็นนักข่าวให้หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ประจำจังหวัดสงขลา  ซึ่งทางหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ มีข้อแม้ให้เลิกทำข่าวให้หนังสือพิมพ์ส่วนกลางฉบับอื่น จึงทำให้เขาต้องวางมือจากหนังสือพิมพ์ฉบับอื่นๆ ให้เพื่อนและนักข่าวรุ่นน้องมาทำแทน ได้มาเป็นบก.หนังสือพิมพ์เสียงใต้รายวัน สำนักงานที่ อ.หาดใหญ่ รวมไปถึงการเข้าไปเป็นกรรมการทำงานให้สมาคมนักหนังสือพิมพ์ภาคใต้ ควบคู่ ไปด้วย จนกระทั่งประมาณ ปี

 หลังจากผมได้เป็นนักข่าวหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ จังหวัดสงขลาได้ประมาณ 2 ปี ในปี 2530  เช่นเดียวกับงานของสมาคมนักหนังสือพิมพ์ภาคใต้แห่งประเทศไทยนั้น ผมได้รับเลือกเป็นนายกสมาคมในปี2535 และถูกรับเลือกจากสมาชิกในสมาคมทุกปี ทำให้ดำรงตำแหน่งนายกสมาคมฯ มาจนถึงปัจจุปัน  ทางเดลินิวส์ได้ตั้งศูนย์ข่าวภาคใต้ตอนล่างขึ้น ผมก็ได้รับหน้าที่เป็นหัวหน้าศูนย์ข่าวภาคใต้ตอนล่างเป็นคนแรก จนถึงปัจจุปัน

แนวทางที่เขายึดเป็นหลักในการทำงานมีอยู่ 2 ข้อ ที่เขาถือยึดมาตลอด ทุกครั้งที่ทำงาน  คือ คิดอยู่เสมอว่า เมื่อมันเป็นข่าวไม่ว่าข่าวใหญ่หรือเล็ก  จะให้ความสำคัญกับข่าวทุกข่าวเหมือนกัน ต้องทุ่มเทต้องใช้ความพยายามและความสามารถเท่ากัน    เพราะมันคือหน้าที่ของนักข่าว และอีกข้อคือเมื่อต้องทำข่าวหรือตัดสินใจทำข่าวนั้นแล้ว ต้องไม่สนใจผลกระทบที่จะตามมา หากมันเกิดผมกระทบแล้วค่อยแก้ไขในวันพรุ่งนี้ แต่วันนี้ต้องทำให้ดีที่สุด

แต่การทำข่าวที่มีการพาดพิงหรืออาจเกิดความเสียหายต่อผู้ใดนั้น ต้องระมัดระวังใช้ความรอบครอบให้มาก ไม่มีข้อมูลข้อเท็จจริงไม่พันธง ทุกข่าวมีเวลาให้เราตรวจสอบข้อมูลอย่าใจร้อนจนทำให้เกิดความผิดพลาด

หากเรากลัวว่าเราทำข่าวแล้วผลกระทบจะเกิดขึ้นกับเรา เช่น ทำข่าวเจ้าหน้าที่ตำรวจกระทำความผิด แล้วต้องมานั่งกลัวเจ้าหน้าที่ตำรวจมาต่อว่าแล้วข่าวที่เป็นประโยชน์ของคนส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นมั๊ย ผมทำข่าวไม่มีกักไว้เล่นวันหลัง มีข้อมูลเท่าไรก็ส่งทั้งหมดในวันนั้น จึงเป็นเรื่องยากที่ผู้จะกระทำความผิดในข่าวๆนั้นจะมาปิดข่าวของผม ซึ่งวิธีการทำข่าวที่เที่ยงตรงและไม่กลัวผู้กระทำผิดในข่าว เป็นจุดที่ทำให้ผมได้รับการยอมรับและเป็นที่มั่นใจจากแหล่งข่าวที่ให้ข้อมูล

อย่างกรณีข่าวเจ้าหน้าที่ตำรวจ โรงพักสุไหงโกลก จังหวัดนราธิวาส รีดไถ่เงิน 7 ล้าน ผมใช้เวลาทำข่าวติดตามสืบหาข้อมูลอยู่ 37 วัน จนเกิดเป็นข่าวที่สมบูรณ์ ส่งผลให้ตำรวจที่กระทำความผิดถูกลงโทษออกจากราชการ 5 นาย และ สารวัตรใหญ่ หัวหน้าโรงพักยังหนี้คดีอยู่ 

อีกข่าวที่ส่งรุนแรงจนถึงการจ้างมือปืนมาเพื่อเอาชีวิตผม คือข่าวฆ่านักท่องเที่ยวในซ่องโสเภณี ที่ปาดังเบซาร์ และอำพรางศพผมใช้เวลาติดตามข่าวพิสูจน์ความจริงอยู่ เกือบ 20 วัน ตำรวจถูกย้าย 24  เป็นวิธีเอาตัวรอดอีกวิธีหนึ่ง ชั่วโมง หลายนาย เจ้าของซ่องโสเภณี เอาเงินลงขันจ้างมือปืนมายิง แต่เรารู้ก่อน จึงลงข่าวไปว่าเรารู้ว่ามีการจ้างมือปืนมาลอบยิง จึงทำให้ไม่เกิดการลอบยิงขึ้น

การทำข่าวประเภทนี้  จุดเด่นที่ทำให้เรารอดพ้นอันตรายได้ คือ การไม่รับเงิน รับทองจากผู้เสียหาย หรือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง  ทำให้เขาไม่แค้นเรา เพราะเราทำตามหน้าที่ด้วยความบริสุทธิ์  ไม่มีนอกมีใน

ผมถือคติ โกรธได้แต่อย่าให้แค้น เมื่อเขาโกรธได้เดี๋ยวก็เขาก็หายโกรธ  เกลียดได้ก็หายเกลียดได้  แต่ความแค้นอันตราย  เราอย่าไปแกล้งเขาไม่ทำให้เกิดความเสียหาย อาชีพนี้ต้องทำด้วยความบริสุทธิ์  ทุกคนที่ตกเป็นข่าวรู้กันดีว่า ถ้าข่าวนี้ผมเป็นคนทำข่าว จะไม่มีใครเข้ามายุ่งหรือมาปิดข่าวของผม เพราะเขารู้นิสัยผมดี

ในงานข่าวความไม่สงบในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ไชยยงค์ ถือว่าเป็นนักข่าวระดับแถวหน้าที่มีความรู้และความเข้าใจ คลุกคลี่นำเสนอข่าว และมีผู้ติดตามอ่านข่าวสารและบทความเกี่ยวกับเรื่องชายแดนภาคใต้ของเขาเป็นจำนวนมาก

ผมคิดว่าระยะเวลาตลอด 30 ปี ที่คลุกคลี่กับข่าวความไม่สงบมา มันทำให้ผมตกผลึกในการนำเสนอข่าวความไม่สงบในภาคใต้  ปัญหาภาคใต้เป็นปัญหาเก่า ทุกอย่างมันพัฒนาไปตามสถานการณ์  เมื่อเรารู้ว่ารากของปัญหามันอยู่ตรงไหน กิ่งก้าน ใบดอกผล  ก็คงไม่ยากที่เข้าใจกับมัน เมื่อคลุกคลี่กับมันมานาน ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหา จึงได้เชิญเข้าไปร่วมเป็นที่ปรึกษา ทำให้ได้เปรียบ มีข้อมูลมากกว่านักข่าวคนอื่นๆ คือได้ข้อมูลด้านของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องด้วย ขณะที่นักข่าวคนอื่นๆ อาจจะได้ข้อมูลจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพียงด้านเดียว

    ในการเป็นนักข่าวมากประสบการณ์ความรู้ ของไชยยงค์  ทำให้เป็นที่ยอมรับ นับถือยกย่องจากนักข่าวรุ่นหลังๆ ไม่ว่าจะเป็นนักข่าวที่เคยมาฝึกงานด้วย ได้ออกมาเป็นนักข่าว หรือนักข่าวที่รู้จักกันในสนามข่าว เมื่อติดขัดเรื่องข้อมูลในการนำเสนอข่าว ก็จะมาสอบถาม เขาก็ให้คำแนะนำกับเพื่อนๆและน้องๆนักข่าวเสมอไม่มีแบ่งแยกว่าจะเป็นนักข่าวของหนังสือพิมพ์ฉบับใด 

    แต่สิ่งที่เขาอยากเห็น และเป็นสิ่งที่หาได้ยากมาขึ้นทุกวัน จากคนที่ทำงานในสายอาชีพนักข่าวรุ่นใหม่ทุกวันนี้ คือ อยากเห็นนักข่าวรุ่นใหม่ มีเลือดของนักข่าวเข้มข้น ทำข่าวด้วยจิตวิญญาณการเป็นนักข่าว แม้จิตวิญญาณมันจะมองไม่เห็น แต่เขาบอกว่า เมื่ออ่านข่าวแล้วจะรู้สึกได้

นักข่าวรุ่นหลังๆเป็นส่วนใหญ่ ทำข่าวตามหน้าที่ ได้เงินเดือน มีการเข้าเวรข่าว ทำให้จิตวิญญาณการเป็นนักข่าวหายไป  ไม่ได้ผ่านการเคี่ยวเข็ญ หรือพบกับความลำบาก ไม่ต้องใช้ความอดทนมากเหมือนนักข่าวในอดีต  นักข่าวรุ่นใหม่ส่วนใหญ่จะมาเอาตายกับเทคโนโลยีใหม่ ข้อมูลไม่ลึก ไม่ได้สัมผัสกับข้อมูลข้อเท็จจริงโดยตรง ทุกอย่างได้มาจากเทคโนโลยีสมัยใหม่ จนความสามารถที่แทนจริงและจิตวิญญาณการเป็นนักข่าวหายไป

     นอกเหนือจากการยอมรับจากเพื่อนและพี่น้องนักข่าวในพื้นที่ภาคใต้แล้ว การได้เข้ารับพระราชฐานปริญญาศิลปศาสตร์มหาบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขานิเทศสาสตร์ จากมหาวิทยาลัยราชภัฎสงขลา สิ่งที่สะท้อนได้เป็นอย่างดีว่า เขาเป็นผู้ที่มีความรู้และมีความสามารถด้านงานในสาขาวิชาชีพนักข่าวนักหนังสือพิมพ์ ทั้งยังเป็นเกียรติประวัติที่ตัวเองภาคภูมิใจ

ผมไม่เคย คาดคิดหรือตั้งความหวังอะไรไว้มากมายกับอาชีพนี้ ทุกสิ่งทุกอยากมันเกิดขึ้นมาได้ เพราะผมมีใจรัก และทุ่มเท ความรู้ความสามารถความตั้งใจกับงานที่ผมทำ จึงทำให้มีทุกวันนี้ขึ้นมาได้

 
วีทีอาร์-สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย พศ. 2557

ดูวีทีอาร์ทางyoutube

Login Form



หนังสือน่าอ่าน

จำนวนผู้ออนไลน์

เรามี 1282 บุคคลทั่วไป และ 1 สมาชิก ออนไลน์
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา

สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ :: The National Press Council of Thailand สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย :: Thai Broadcast Journalists Association สถาบันอิศรา มูลนิธิพัฒนาสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย :: ISRA Institute Thai Press Development Foundation ชมรมนักข่าวสายเทคโนโลยีสารสนเทศ :: Information Technology Press Club The Southeast Asian Press Alliance (SEAPA) thai society of environmental jounalists