สมาคมนักข่าว นักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย

Home ราชดำเนิน เสวนา ข่าวราชดำเนินเสวนา “ระวังภัยโรค มือ เท้า ปาก” อาทิตย์ที่ 29 กรกฎาคม 2555

ข่าวราชดำเนินเสวนา “ระวังภัยโรค มือ เท้า ปาก” อาทิตย์ที่ 29 กรกฎาคม 2555

AddThis Social Bookmark Button

”มือเท้าปาก”พ้นช่วงระบาดสูงสุดแล้ว

ผลแล็บชี้เด็กเขมรติดเชื้อมือเท้าปากบี5

“อธิบดีกรมควบคุมโรค “ชี้ การระบาดของโรค มือ เท้า ปาก เลยจุดสูงสุดไปแล้ว หลังผู้ป่วยลดลงจากสัปดาห์ก่อน 20 %  ล่าสุดมีผู้ป่วย 1.7 หมื่นราย ตาย 2 ส่วนเด็กเขมร 2 ขวบตายที่ จ.ระยอง ผลแล็บชี้ชัดเกิดจากเชื้อ เอนเทอโรไวรัส สายพันธุ์บี 5 ด้าน

ที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2555 เวลา 10.00 น. สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ร่วมกับสถาบันอิศรา มูลนิธิพัฒนาสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย จัดงานเสวนา เรื่อง “ระวังภัยโรค มือ เท้า ปาก” โดยมีนพ.พรเทพ ศิริวนารังสรรค์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ศ.เกียรติคุณ นพ.สมศักดิ์ โล่เลขา นายกสมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทย ศ.ดร.พิไลพันธ์ พุธวัฒนะ อาจารย์ประจำภาควิชาจุลชีววิทยา คณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล และนางปาริฉัตร ชุ่มชื่น  นางนันทนา โต๊ะสมัน คุณยายของเด็กอายุ 2 ขวบที่เสียชีวิตจากโรคมือ เท้า ปาก เป็นวิทยากร

นพ.พรเทพ กล่าวว่า ขณะนี้มียอดผู้ป่วยสะสมโรคมือ เท้า ปากทั่วประเทศอยู่ที่ประมาณ 17,000 ราย เสียชีวิตที่ชัดเจนอยู่ที่ 2 ราย และในสัปดาห์ที่ 29 ของการระบาดโรคดังกล่าวเมื่อดูจากสถิติผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลลดลงกว่าร้อยละ 20 ถือเป็นช่วงขาลงของการระบาดแล้ว โดยเฉพาะในกทม.ที่จำนวนผู้ป่วยลดลงอย่างเห็นได้ชัด และแนวโน้มต่อจากนี้หากฝนไม่ตกมากจำนวนผู้ป่วยก็จะลดลงเรื่อยๆ จนถึงหยุดการระบาดเลย เพราะฉะนั้นตอนนี้จึงยังไม่สามารถพูดได้ว่าจะไม่มีการระบาดเลยไม่ได้ ขึ้นอยู่กับฝนที่ตกในช่วงนี้

 

นพ.พรเทพ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้มาตรการการปิดโรงเรียนก็เพื่อเป็นการตัดวงจรการระบาดเท่านั้น แต่ไม่ได้บอกว่าจะไม่มีผู้ป่วยเลย และที่สำคัญคืออยากให้ศูนย์เด็กเล็ก หรือโรงเรียนอนุบาลให้ความรู้เด็ก และสอนเด็กเป็นนิสัยในเรื่องการล้างมือ ซึ่งเป็นที่น่ายินดีที่ตอนนี้มีศูนย์เด็กเล็กทั่วประเทศเข้าร่วมโรงการศูนย์เด็กปลอดโรค โดยจะมีอ่างล้างมือสำหรับเด็กอย่างน้อย 1 ต่อ 4-6 คน ส่วนใหญ่เป็นศูนย์เด็กเล็กที่อยู่ในการดูแลขององค์การบริหารส่วนตำบล แต่ก็ต้องรณรงค์เรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะใน กทม. ที่ยังต้องปรับปรุงให้มีอ่างล้างมือสำหรับเด็ก และนอกศูนย์เด็กเล็กแล้วยังต้องปรับปรุงไปถึงโรงเรียนอนุบาล และโรงเรียนประถมศึกษาตอนต้นด้วย

ผู้สื่อข่าวถามถึงผลการตรวจหาสายพันธุ์ของเชื้อเอนเทอโรไวรัสที่ทำให้เด็กชายชาวกัมพูชาอายุ 2 ขวบ 6 เดือน เสียชีวิต นพ.พรเทพ กล่าวว่า ตอนนี้ผลที่ได้ยังไม่ชัดเจน แต่มีลักษณะลางๆ บอกถึงเชื้อเอนเทอโรไวรัสสายพันธุ์บี 5 เพราะฉะนั้นยังต้องรอผลจากห้องปฏิบัติการของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ชัดเจนอีกครั้งในช่วงบ่าย

“เรามัวแต่ไปติดตามโรคมือ เท้าปาก แต่ตอนนี้ที่น่าเป็นห่วงคือโรคฉี่หนูเพราะมีผู้ป่วยสะสมตั้งแต่มกราคมถึงปัจจุบันจำนวน 1,500 ราย เสียชีวิต 25 ราย และโรคไข้เลือดออกมีผู้ป่วยสะสมจำนวน 18,000 ราย เสียชีวิต 27 คนตั้งแต่ เพราะฉะนั้นถือว่าอัตราการเสียชีวิตของโรคฉี่หนู 2 ต่อ 100 ราย โรคไข้เลือดออก 2 ต่อ 1 พัน ขณะที่โรคมือ เท้าปาก อัตราการเสียชีวิตอยู่ที่ 3 ต่อ 1 หมื่น” นพ.พรเทพ กล่าว

ด้านนายแพทย์ภาสกร อัครเสวี ผู้อำนวยการสำนักระยาดวิทยา กรมควบคุมโรค  กล่าวถึงผลตรวจหาสายพันธุ์เชื้อเอ็นเทอโรไวรัส ที่ทำให้เด็กชาวกัมพูชา เสียชีวิตว่า  จากผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ยืนยันว่าเป็นการเสียชีวิตจากเชื้อเอ็นเทอโรไวรัส 71 สายพันธุ์ บี 5 และจากการลงพื้นที่ของทีมสอบสวนโรคเคลื่อนที่เร็วยังไม่พบผู้ป่วยรายใหม่ในพื้นที่ดังกล่าว แต่ยังต้องเฝ้าระวังใน 5-10 ;วันนี้ เพราะช่วงฝักตัว

 

ศ.เกียรติคุณ นพ.สมศักดิ์ กล่าวว่า เชื้อก่อโรคมือ เท้า ปาก มีอยู่หลายสายพันธุ์ แต่ที่เรากลัวคือ เอนเทอโรไวรัส 71 เพราะทำให้อาการรุนแรงจนถึงขั้นเสียชีวิตได้ โดยเชื้อดังกล่าวจะอยู่ในน้ำมูก เสมหะ คอ ในอุจจาระ ถ้าอยู่ในร่างกายมนุษย์จะใช้เวลาในการฟักตัวประมาณ 3-7 วัน และสามารถอยู่ได้นานเป็นเดือนๆ แต่ทั้งนี้การป้องกันที่ดีที่สุดคือการล้างมือ

นายกสมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทย กล่าวต่อว่า ทั้งนี้จากข้อมูลขององค์การอนามัยโลก เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2555 พบว่ามีการระบาดในหลายประเทศในกลุ่มเอเชีย โดยประเทศจีนมียอดผู้ป่วยจำนวน 1,270,000 ราย ฮ่องกง 287 ราย มาเก๊า 1,136 ราย ญี่ปุ่น 18,948 ราย สิงคโปร์ 26,999 ราย เวียดนาม 63,780 ราย รวมถึงประเทศเหาหลี และกัมพูชาที่มีการระบาดเป็นจำนวนมาก

“การล้างมือถือว่าเป็นการป้องกันที่ดีที่สุด แต่เราอยากให้รัฐบาลเป็นคนจัดการอย่างเดียวเลย โดยที่ชาวบ้านไม่ยอมทำอะไรซึ่งที่จริงเราสามารถทำได้แค่ล้างมือ ทำความสะอาดสิ่งแวดล้อม เช่นเดียวกับการระบาดของโรคไข้เลือดออกก็จะรอและบ่นว่าทำไมรัฐไม่ช่วยเข้ามาฉีดพ่นยา แต่ความจริงแล้วเชื้อมันอยู่ในบ้านเรา เราต้องเป็นคนดูแลก่อน” ศ.เกียรติคุณ นพ.สมศักดิ์ กล่าว

ศ.ดร.พิไลพรรณ กล่าวว่า อาการของโรคจะคล้ายกับอีสุกอีใสคือมีตุ่มขึ้นบางรายเกิดบริเวณก้นด้วย โดยเป็นตุ่มน้ำใสๆ ก่อนเป็นหนอง แล้วตกสะเก็ด ซึ่งช่วงที่เป็นตุ่มน้ำใสๆ นั้นจะมีเชื้อไวรัสอยู่มาก เพราะฉะนั้นเวลาเด็กไปนั่งที่ไหน เราต้องเช็ดทำความสะอาด อย่างไรก็ตาม การระบาดในประเทศไทยส่วนใหญ่เป็นเชื้อและเอ็นเทอโรไวรัส 71 สายพันธุ์บี 5 ไวรัสคอกซากี เอ 16 และที่ทางจุฬาเพิ่งออกมาบออกคือ คอกซากีสายพันธุ์เอ 6 ส่วนสายพันธุ์อื่นๆ ก็มีบ้าง แต่ที่รุนแรงที่สุดคือเอนเทอโรไวรัส 71 เพราะเมื่อได้รับเชื้อแล้วดูแลไม่ถูก ก็สามารถทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนจนเสียชีวิตได้

 

ทั้งนี้เราพบการระบาดของเชื้อเอนเทอโรไวรัส 71 เมื่อปี 2540 ที่ประเทศเวียดนาม จากนั้นก็กลายเป็นเชื้อที่มีการระบาดในโซนเอเชียแปซิฟิก ส่วนในยุโรปจะไม่ค่อยมีการระบาดของสายพันธุ์นี้แล้ว แต่ก็ต้องชมกระทรวงสาธารณสุขของประเทศไทยเก่งมาก เพราะไม่ว่าโรคอะไรที่มีการระบาดในเอเชียเราจะกำราบได้ก่อนประเทศอื่นๆ เช่น ตอนที่เกิดการระบาดหนักในไต้หวันกระทรวงสาธารณสุขก็ออกประกาศให้เป็นโรคที่ต้องมีการรายงานทันที

“การฆ่าทำลายเชื้อเอ็นเทอโรไวรัสนั้นทำได้โดยการเผา นึ่งไอน้ำ ต้มในน้ำเดือด 10 นาที การล้างทำความสะอาดด้วยสารฟอกขาวที่มีส่วนผสมของคลอรีน ส่วนการล้างมือด้วยน้ำสบู่ไม่ได้ฆ่าเชื้อ แต่เป็นการทำให้เชื้อโรคหลุดออกเท้านั้น เพราะฉะนั้นการล้างเพื่อฆ่าเชื้อควรล้างด้วยเจลที่มีส่วนผสมของโพรวิเดนไอโอดีน แต่อย่างที่บอกว่าเชื้อไวรัสจะติดอยู่ที่มือ ที่เล็บ เพราะฉะนั้นการล้างมือเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะคนดูแลเด็กไม่ควรจะไว้เล็บยาว เพราะคุณต้องทำอาหารให้เด็กรับประทานด้วย” ศ.ดร.พิไลพรรณ กล่าว และว่า ต้องระวังในเด็กที่หายจากอาการป่วยแล้วด้วย เพราะเชื้อไวรัสดังกล่าวจะยังไม่หมดไปจากร่างกาย ดังนั้นเราจึงต้องรักษาความสะอาด ทำความสะอาดอย่างต่อเนื่อง

ด้าน นางนันทา กล่าวว่า ต้องขอพูดในเวทีนี้เลยว่า หลานของตนเป็นเด็กที่สุขภาพร่างกายแข็งแรง ไม่เคยมีโรคประจำตัวมาก่อน และไม่เคยมีประวัติเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลมาก่อนซึ่งสามารถตรวจสอบเวชระเบียนได้ แต่ไม่เข้าใจว่าทำไมกระทรวงสาธารณสุขถึงออกมาบอกว่าหลานของตนเป็นโรคหอบหืดอยู่ก่อนแล้ว เคยมารับการรักษาที่โรงพยาบาลแล้วครั้งหนึ่ง ซึ่งมันไม่เป็นความจริง ที่สำคัญหมอก็เป็นคนบอกกับเรามาตลอดว่าน้องอาการเป็นอย่างนี้ เชื้อไวรัสตัวนี้และต้องเสียชีวิตภายในคืนนี้ แต่ในฐานะที่เราเป็นผู้ปกครองก็อยากจะรักษาให้เต็มที่แม้ว่าจะไม่มีหวัง เลยขอย้ายโรงพยาบาลแต่หมอก็บอกว่าไม่สามารถทำได้ จนกระทั่งน้องเสียชีวิตเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม หมอไม่ยอมฉีดฟอมาลีนให้ โดยไม่ได้บอกอะไรเลย อีกทั้งเจ้าหน้าที่ยังบอกให้เรารีบสวดศพตอนเช้าและเผาตอนเย็นเลยจึงต้องถามว่าทำไมต้องปฏิบัติกับเราอย่างนี้ แล้วทำไมต้องรีบ กระทรวงต้องการปิดข่าวหรือไม่

 

“ศพน้องถูกใส่ไว้ในถุงซิบอย่างดี เจ้าหน้าที่บอกว่าให้เราสวดศพตอนเช้าแล้วเผาตอนเย็น และถ้าไม่จำเป็นไม่ต้องเปิดซิบเด็ดขาด อย่างนี้หมายความว่าอย่างไร เชื้อนี้รุนแรงมากเลยอย่างนั้นหรือไม่ แล้วทำไมต้องต้องปิดข่าวเพราะทำให้เด็กอีกหลายคนไม่ได้รับรู้ข้อมูลตรงนี้ และเราไม่ได้ติดใจเรื่องโรค แต่เราติดใจเรื่องปิดข่าว และสิ่งที่เจ้าหน้าที่ปฏิบัติกับเรา” นางนันทา กล่าว

 

 
วีทีอาร์-สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย พศ. 2557

ดูวีทีอาร์ทางyoutube

Login Form



หนังสือน่าอ่าน

จำนวนผู้ออนไลน์

เรามี 1193 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา

สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ :: The National Press Council of Thailand สมาพันธ์นักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย :: Confederation of Thai Journalists สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย :: Thai Broadcast Journalists Association สถาบันอิศรา มูลนิธิพัฒนาสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย :: ISRA Institute Thai Press Development Foundation ชมรมนักข่าวสายเทคโนโลยีสารสนเทศ :: Information Technology Press Club The Southeast Asian Press Alliance (SEAPA) thai society of environmental jounalists