สมาคมนักข่าว นักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย

Home ความเคลื่อนไหวองค์กรวิชาชีพสื่อ ข่าวสมาคมนักข่าวฯ เปิดตัวหนังสือ “เบื้องแรกประชาธิปตัย” การเมืองหลังเปลี่ยนแปลงการปกครองยุค 2475-2500

ข่าวสมาคมนักข่าวฯ เปิดตัวหนังสือ “เบื้องแรกประชาธิปตัย” การเมืองหลังเปลี่ยนแปลงการปกครองยุค 2475-2500

AddThis Social Bookmark Button

@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@

หนังสือเบื้องแรกประชาธิปตัย จัดพิมพ์โดยสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย
เหลือเฉพาะแบบกล่อง(ลิมิตเตดเวอร์ชั่น)  ราคาชุดละ 1,000 บาท
ค่าส่งไปรษณีย์ลงทะเบียนอีเอ็มเอส  100  บาท
กรุณาโอนเงินเข้าบัญชีสมาคมนักข่าวนักหนังสิอพิมพ์แห่งประเทศไทย
ธนาคารกรุงไทย จำกัด มหาชน  สาขาถนนสามเสน  เลขที่บัญชี  984-9-83981-3 
หลังจากนั้นส่งสลิปใบโอนเงินพร้อมที่อยู่ในการจัดส่งหนังสือมาที่ tjareporter@gmail.com  หรือโทร 02-668-9422

หรือทางไปรษณีย์

สั่งซื้อหนังสือเบื้องแรกประชาธิปตัย

สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย

538/1 ถนนสามเสน ดุสิต ดุสิต กทม. 10300

@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@

 

นายวันชัย วงศ์มีชัย นายก สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย พร้อมด้วยกองบรรณาธิการหนังสือเบื้องแรกประชาธิปตัย ถ่ายภาพหมู่ร่วมกับนายประกิต หลิมสกุล และ ผศ. ดร. ประจักษ์ ก้องกีรติ ในโอกาสเสวนา"2475 เบ้ืองแรกประชาธิปตัย บทเรียนในสถานการณ์เปลี่ยนผ่าน" เพื่อเปิดตัวหนังสือดังกล่าวฉบับพิมพ์ครั้งท่ี 2 ของสมาคมนักข่าวฯซึ่งเป็นหนังสือรวบรวมบทสัมภาษณ์และบันทึกจากบุคคลต่างๆ ที่อยู่ในเหตุการณ์ทางการเมืองช่วงปี 2475 – 2500 โดยมอบให้สำนักพิมพ์มติชนเป็นผู้จัดจำหน่าย

@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@

ฟังเนื้อหาการเสวนาทั้งหมด

@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@

สมาคมนักข่าวฯ เปิดตัวหนังสือ “เบื้องแรกประชาธิปตัย” การเมืองหลังเปลี่ยนแปลงการปกครองยุค2475-2500 นักรัฐศาสตร์ชี้เป็นบันทึกประวัติศาสตร์จากปากคำบุคคลสำคัญ และ 1 ใน 3 ตำราสอนนักศึกษา สะท้อนวังวนการเมืองไทย ไม่มีมิตรแท้ศัตรูถาวร  ด้าน คอลัมนิสต์ดัง “กิเลนประลองเชิง” ชี้คนไทยควรอ่าน เป็นหนังสือที่ปราศจากอคติ เพื่อเข้าใจสัจธรรม “อำนาจไม่ใช่ของจีรัง”

สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยจัดเสวนาเปิดตัวหนังสือ "๒๔๗๕ เบื้องแรกประชาธิปตัย บทเรียนในสถานการณ์เปลี่ยนผ่าน"   จัดพิมพ์โดย สมาคมนักข่าวฯ  โดยนายประจักษ์ ก้องกีรติ  อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาใช้หนังสือเล่มนี้สอนนักศึกษาวิชาประวัติศาสตร์การเมืองไทย โดยจะบอกว่า ถ้าอยากเข้าใจการเมืองไทยให้อ่านหนังสือ 3 เล่ม  1. ฤทธิ์มีดสั้น เพื่อจะได้บทสรุปว่า ไม่มีมิตรแท้ศัตรูถาวร  2.ก๊อดฟาเธอร์ มีการชิงไหวชิงพริบ หักเหลี่ยม เต็มไปด้วยเบื้องหลัง ไม่มีกติกา และ 3. เบื้องแรกประชาธิปตัย  เป็นเอกสารชั้นต้น มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ และไม่ได้ตัดสินว่า ใครถูกหรือผิด  เนื่องจากเป็นบันทึกส่วนตัว ความเห็นบางเรื่องมาจากการสัมภาษณ์ เป็นมุมมองของแต่ละฝ่าย เช่น จากสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี  จอมพลป.พิบูลสงคราม นายควง อภัยวงศ์  เมื่ออ่านแล้วสะท้อนว่า ประวัติศาสตร์มีชีวิต ทุกเรื่องเราด่วนตัดสินไม่ได้ เพราะการเมืองมันซับซ้อน

ทั้งนี้ ทุกเหตุการณ์ จะมีมุมมองมากกว่า 1 มุม บางครั้งถึง 3 มุม ถ้าเข้าใจมุมเดียว มันง่ายที่ถูกกล่อมเกลาจากอีกฝั่ง อย่างเหตุการณ์ เปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 ก็มีสองมุมว่า ชิงสุกก่อนห่ามหรือเพราะความจำเป็น

นายประจักษ์ กล่าวว่า  บทที่สนุกในหนังสือ คือ บทสัมภาษณ์ สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี  หรือ เรื่องราวของ พล.ท.ประยูร ภมรมนตรี  ที่สนุก คือ  พล.ต.ท. ชุมพล โลหะชาละ เล่าเรื่องหนีไปกับจอมพล  โดยพล.ต.ท.ชุมพลเป็นนายตำรวจติดตาม อารักขา จอมพล.ป.  ได้บรรยายว่า จอมพล ป.หนีลี้ภัยไปนอกประเทศอย่างไรหลังถูกรัฐประหาร เช่น จอมพลป. ขับรถซีตรองเอง ไปยัง จ.ระยอง ตราด โดยทั้งเนื้อตัวมีเงินแค่ 2 หมื่นบาท

อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  กล่าวว่า ประวัติศาสตร์การเมืองไทยที่สำคัญอยู่ในช่วงปี 2475-2500 ซึ่งอยู่ในเนื้อหาหนังสือเล่มนี้ บทสุดท้ายจบที่ บันทึกความทรงจำของท่านผู้หญิงละเอียด พิบูลสงคราม ที่เล่าถึงชะตากรรมของจอมพล ป.สามี ช่วงที่ถูกปฏิวัติ  ทั้งนี้ประวัติศาสตร์การเมือง 25 ปีช่วงนั้นเป็นช่วงที่คนเข้าใจน้อยที่สุด เพราะหลังจากนั้น เช่น เหตุการณ์ 14 ตุลา 2516 หรือ สมัยรัฐบาลพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ก็มีคนเข้าใจและรู้เยอะแล้ว

“ถ้าจะเข้าใจการเมืองไทยว่า เรามาถึงจุดนี้ได้อย่างไร ประวัติศาสตร์ช่วงนี้สำคัญที่สุด 2475-2500 แต่จุดเปลี่ยนการเมืองไทยจริงๆ คือ การปฏิวัติของจอมพลสฤษดิ์ ปี 2500 เพราะเป็นการปิดฉากยุคคณะราษฎร ช่วงนั้นแม้คณะราษฎร จะขัดแย้งอย่างไร แต่ก็เป็นทางความคิด อุดมการณ์พัฒนาชาติบ้านเมืองที่เห็นต่างกัน แต่หลังจากปี 2500 นายทหารอย่างจอมพลสฤษดิ์ ถนอม ประภาส ก็ขึ้นมา การเมืองไทยเปลี่ยนไป เหตุการณ์ 2475 ถูกทำให้ลืม กลายมาเป็นเผด็จการทหารจริงๆ ยุคจอมพลสฤษดิ์”    นายประจักษ์ กล่าว

นายประจักษ์ กล่าวว่า เรื่องราวในหนังสือสะท้อนความเป็นอนิจจังของการเมืองไทยว่า  ไม่มีใครอยู่ในอำนาจได้นานเหมือนในต่างประเทศถึง 30 ปี   และที่เราพบ คือ คนที่เรืองอำนาจที่สุดในหนังสือเล่มนี้ สุดท้ายบั้นปลายชีวิตก็ไม่ได้อยู่ในประเทศไทย

และยังชี้ว่า เราแก้ปัญหาผิดทางมาตลอด ทุกครั้งที่เรามีวิกฤตทางการเมือง ก็จะแก้ด้วยการเอาอำนาจนิยมมาแทนที่ เพราะเชื่อว่า อำนาจนิยมมาปรับปรุงประชาธิปไตย ซึ่งมันขัดแย้งในตัวเอง สุดท้ายเมื่อเอาเผด็จการมาแทนที่มันยิ่งซ้ำเติมประชาชน จึงวนเวียนเป็นลักษณะ วงจรอุบาทว์ อย่างที่เห็น

สำหรับ การสอนวิชาการเมืองไทยแทนที่อาจารย์จะสอนการเมืองและตัดสินเรื่องบางเรื่องให้กับนักศึกษา ควรให้นักศึกษาอ่านเล่มนี้ก่อน และอยากฝากสมาคมนักข่าวฯควรมีโครงการอย่างนี้ต่อไปในอนาคต โดยให้นักข่าวไปสัมภาษณ์ ทำบันทึก ตัวละครการเมืองในเหตุการณ์สำคัญ โดยเฉพาะหลังยุค 2500 เพื่อเป็นเอกสารที่มีประโยชน์กับคนรุ่นหลัง ส่วนตัวคิดว่า นักข่าวทำข้อมูลลักษณะนี้ได้ดีกว่านักวิชาการเพราะสามารถเข้าถึงนักการเมืองและเล่าเรื่องได้ดี

“การเมืองไทยเป็นเหมือนลูกตุ้ม เหวี่ยงไปมา ไม่มีใครครองอำนาจได้เบ็ดเสร็จเพราะสังคมไทยไม่มีชนชั้นนำกลุ่มใด รวบอำนาจได้ต่อเนื่องยาวนาน  ชนชั้นนำเราก็ไม่เป็นเอกภาพตั้งแต่อดีต เพราะมีหลายก๊ก แล้วหักหลังกันเอง เปลี่ยนข้าง การเมืองเปลี่ยนบ่อยทุก 4-5 ปี จนถึงทุกวันนี้   น่าเสียดายยุคที่เรามีมวลชนนำตอน 14 ตุลา 2516  หรือ พฤษภา 2535 น่าจะเปลี่ยนแปลงอะไรได้มาก แต่ปัจจุบัน ชนชั้นนำยังเป็นคนกำหนดทิศทางอยู่ดีทั้งที่พศ.นี้ไม่ควรเป็นอย่างนี้แล้ว  ประชาชนควรเข้ามีส่วนร่วมกำหนดทิศทางประเทศ แต่เรากลับถูกกำหนดให้เป็นผู้อยู่อาศัย วิจารณ์อะไรก็ไม่ได้ ตอนนี้เราอยู่ในยุคเซ็นเซอร์ตนเองเพราะไม่มีใครอยากติดคุก สุดท้ายคนที่เสียผลประโยชน์คือ ประชาชน ที่ไม่ได้รู้ข้อมูลข่าวสารที่หลากหลาย  ถ้าเป็นอย่างนั้น ก็ปรองดองไม่ได้ เพราะมันต้องทำให้เกิดบรรยากาศที่มีเสรีภาพในการพูดก่อน” นายประจักษ์ กล่าว

 

นายประกิต หลิมสกุล เจ้าของคอลัมน์ “กิเลน ประลองเชิง” จากนสพ.ไทยรัฐ กล่าวว่า  ทุกคนควรอ่านหนังสือเล่มนี้เพราะเป็นหนังสือที่ดี  อ่านแล้วสนุกแต่ละบทเหมือนนิยาย และเป็นเรื่องจริง  โดยเฉพาะบทที่ควรอ่านที่สุดคือ  พระราชบันทึกทรงเล่า ของสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี ที่เล่าได้ตื่นเต้น  เรื่องของ พล.ท.ประยูร  ภมรมนตรี ก็สุดยอด หักเหลี่ยม ทั้งหมดสะท้อนว่า  ในหมู่มิตรก็กลับมาเป็นคู่ขัดแย้งกันได้

นายประกิต กล่าวว่า การอ่านเล่มนี้ต้องใช้ความรู้สึกที่เป็นกลาง 20 เรื่องในหนังสือ เป็นข้อมูลตรง ไม่มีการวิพากษ์ด่า โน้มเอียง ต่างจากปัจจุบัน และถือเป็นต้นแบบคลาสสิคทางการเมืองที่สามารถนำมาเรียนรู้ได้ ทำให้เราเห็นว่า การเมืองเปลี่ยนข้างกันตลอด ไม่มีแบ่งข้างถาวร  การเมืองมักอ้างเบื้องสูงมาใช้เป็นเครื่องมือประหัตประหารกัน  สุดท้ายหลายคนก็ไม่มีแผ่นดินอยู่

“บทที่ควรอ่านคือ สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณีที่มีพระราชบันทึกเล่าเรื่องหลัง รัชกาลที่ 7 ถูกยึดอำนาจ จะได้เข้าใจประเทศไทย  และที่ประทับใจ กรมพระยานครสวรรค์ฯ ท่านเข้าใจการเมืองตอนนั้น ท่านพยากรณ์ได้อย่างแม่นยำ  เราเห็นการแตกขั้ว สี่ทหารเสือก็แตกกัน จากนั้นไม่นาน จอมพลป. ก็ปฏิวัติ ไม่นานก็ซักฟอก ปรีดี ให้สะอาดในทางการเมือง เพราะจอมพลป.ขาดมันสมองในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ จึงต้องเอาปรีดี มาใช้  คนที่น่าเศร้า คือ พระยาทรงสุรเดช  ตอนตายไม่มีโลงใส่ศพ มันน่าเศร้าว่า  คนที่เสียสละเพื่อนบ้านเมือง สุดท้ายจบอย่างนี้ หลายคนไม่ได้ตายในประเทศไทย”  นายประกิต กล่าว

นายประกิต กล่าวว่า  ได้เขียนคอลัมน์มายาวนาน สิ่งหนึ่งที่พบคือ  อำนาจไม่ใช่ของจีรัง ถ้าไม่สุจริต ก็อยู่ไม่นาน แต่ก็ไม่แน่ มนุษย์ในระดับผู้นำมันก็ต้องมีดี ถ้าเราเริ่มมีอคติกับฝ่ายหนึ่ง มันก็เสียทันที อย่างจอมพล.ป.มีมุมดีมากมาย ก็อยู่ที่ว่า จะเลือกมองมุมไหน แต่ถ้าสวมแว่นสีเราก็จะมีอคติในการมอง ไม่เป็นกลาง ทั้งนี้ ปัจจุบันเรามีนักให้ความเห็นมาก แต่นักข่าวสารที่ให้ข้อมูลมีไม่มาก หนังสือเล่มนี้สะท้อนความจริงที่ได้เรียนรู้การเมืองและนำมาใช้ได้ในปัจจุบัน

อนึ่ง สำหรับ หนังสือเบื้องแรกประชาธิปตัย เล่มนี้รวบรวม โดยสมาคมนักข่าวฯ  จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์มติชน ครั้งนี้เป็นการจัดพิมพ์ครั้งที่สอง  โดยครั้งแรกตีพิมพ์เมื่อปี 2516 เนื้อหาเป็นการบันทึกประวัติศาสตร์ ช่วง 2475 – 2500 จากปากคำของบุคคลสำคัญที่อยู่ในเหตุการณ์ขณะนั้น มีทั้งหมด 20 บท เช่น พระราชบันทึก ทรงเล่า โดยสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี  ปรีดี พนมยงค์  เรื่องการก่อตั้งคณะราษฎร   พระยาทรงสุรเดช เรื่อง การปฏิวัติ 24 มิ.ย. 2475  ม.ร.ว.นิมิตรมงคล นวรัตน เรื่อง ชีวิต กบฏและการตั้งศาลพิเศษ  พล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์ เรื่อง การชิงอำนาจระหว่างผู้ก่อการ  พันตรี ควง อภัยวงศ์ เรื่อง การเปลี่ยนรัฐบาลจอมพลป.   น.ต.มนัส จารุภา เรื่อง เมื่อข้าพเจ้าจี้จอมพล  เป็นต้น

ทั้งนี้ หนังสือ 1 ชุด แบ่งออกเป็น 2 เล่ม รวมราคา  700 บาท  วางขายตามร้านหนังสือในเครือมติชน ศูนย์หนังสือจุฬาฯ ร้านซีเอ็ด สำหรับผู้ที่เป็นสมาชิกสมาคมนักข่าวฯ สามารถซื้อได้ในราคาส่วนลด20% ชุดละ  600 บาท  รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อได้ที่สมาคมนักข่าวฯ โทร. 02-668-9422

@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@

หนังสือเบื้องแรกประชาธิปตัย จัดพิมพ์โดยสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย
เหลือเฉพาะแบบกล่อง(ลิมิตเตดเวอร์ชั่น)  ราคาชุดละ 1,000 บาท
ค่าส่งไปรษณีย์ลงทะเบียนอีเอ็มเอส  100  บาท
กรุณาโอนเงินเข้าบัญชีสมาคมนักข่าวนักหนังสิอพิมพ์แห่งประเทศไทย
ธนาคารกรุงไทย จำกัด มหาชน  สาขาถนนสามเสน  เลขที่บัญชี  984-9-83981-3
หลังจากนั้นส่งสลิปใบโอนเงินพร้อมที่อยู่ในการจัดส่งหนังสือมาที่ tjareporter@gmail.com  หรือโทร 02-668-9422
หรือทางไปรษณีย์
สั่งซื้อหนังสือเบื้องแรกประชาธิปตัย
สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย
538/1 ถนนสามเสน ดุสิต ดุสิต กทม. 10300

@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@

 

 

 

 

 

 

 

สมาคมนักข่าวฯ เปิดตัวหนังสือ “เบื้องแรกประชาธิปตัย” ๒๗ มกราคมนี้ พบเรื่องราวทรงคุณค่าด้านประวัติศาสตร์การเมืองไทยช่วง ๒๔๗๕ – ๒๕๐๐ พร้อมเสวนา “๒๔๗๕ เบื้องแรกประชาธิปตัย : บทเรียนในสถานการณ์เปลี่ยนผ่าน”

นายวันชัย วงศ์มีชัย นายกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า วันศุกร์ที่ ๒๗ มกราคมนี้ เวลา ๑๐.๐๐ – ๑๒.๐๐ น. สมาคมนักข่าวฯ จะเปิดตัวหนังสือทรงคุณค่าด้านประวัติศาสตร์การเมืองไทย “เบื้องแรกประชาธิปตัย” ซึ่งเป็นการจัดพิมพ์และจำหน่ายเป็นครั้งที่ ๒ โดยสำนักพิมพ์มติชน หลังสมาคมนักข่าวฯ รวบรวมบทสัมภาษณ์และบันทึกจากบุคคลต่างๆ ที่อยู่ในเหตุการณ์ทางการเมืองช่วงปี ๒๔๗๕ – ๒๕๐๐ รวม ๒๐ เรื่อง นำมาจัดพิมพ์ครั้งแรก เมื่อปี ๒๕๑๖ ซึ่งการเปิดตัวจะมีขึ้น ณ ห้องประชุมอิศรา อมันตกุล อาคารสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย

นายกสมาคมนักข่าวฯ กล่าวว่า สาระสำคัญของ “หนังสือเบื้องแรกประชาธิปตัย” คือการรวมรวมบทสัมภาษณ์และบันทึกของบุคคลสำคัญทางการเมืองไว้ได้ค่อนข้างครบถ้วน ถือเป็นหนังสือประวัติศาสตร์การเมืองที่สมบูรณ์ที่สุดเล่มหนึ่ง โดยบทแรกเป็นการนำเรื่องที่ “สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี” พระราชินีใน “พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว” ได้พระราชทานสัมภาษณ์กับคณะกรรมการบริหารสมาคมนักข่าวฯ ซึ่งได้ตรัสถึงการเมืองช่วงก่อนเปลี่ยนแปลงการปกครอง เหตุการณ์ในวันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๔๗๕ ก่อนการพระราชทานรัฐธรรมนูญฉบับ ๒๗ มิถุนายน กระทั่งวันที่ทั้งสองพระองค์ตัดสินพระทัยเสด็จไปประยังประเทศอังกฤษ จนในหลวงรัชกาลที่ ๗ ทรงสละราชสมบัติในที่สุด

นายวันชัย กล่าวว่า นอกจากบทพระราชทานสัมภาษณ์แล้ว ยังมีข้อเขียนและบันทึกทรงคุณค่าด้านประวัติศาสตร์การเมืองไทยของบุคคลสำคัญอีกหลายท่าน เช่น นายปรีดี พนมยงค์,  พล.ท.ประยูร ภมรมนตรี,  พระยาทรงสุรเดช, นายควง อภัยวงศ์, จอมพล ป.พิบูลสงคราม, นายทวี บุณยะเกตุ, นายป๋วย อึ๊งภากรณ์, พล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์,  จอมพลผิณ ชุณหะวัน,  น.ต.มนัส จารุภา,  ม.ร.ว.นิมิตรมงคล นวรัตน, พล.ต.อ.ชุมพล โลหะชาละ, ท่านผู้หญิงละเอียด พิบูลสงคราม เป็นต้น ทั้งหมดได้เล่าเรื่องราวและแง่มุมการต่อสู้ทางการเมืองที่มีชีวิตเป็นเดิมพัน เล่าถึงการขึ้นสู่อำนาจและวัตถุประสงค์ของคณะราษฎรในการก่อการ ๒๔๗๕ กระทั่งถึงฉากสุดท้ายที่ จอมพล ป.ฯ ต้องถูก จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ลูกน้องที่ใกล้ชิดทำการยึดอำนาจในปี ๒๕๐๐ ซึ่งถือเป็นการสิ้นสุดอำนาจของคณะราษฎรโดยสมบูรณ์

นายกสมาคมนักข่าวฯ กล่าวด้วยว่า นอกจากการเปิดตัวหนังสือแล้ว ยังมีกิจกรรมเสวนา “๒๔๗๕ เบื้องแรกประชาธิปตัย : บทเรียนในสถานการณ์เปลี่ยนผ่าน” โดยนายประจักษ์ ก้องกีรติ นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และนายประกิต หลิมสกุล หรือ “กิเลนประลองเชิง” คอลัมนิสต์ชื่อดังจากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ และผู้ดำเนินการเสวนา โดยว่าที่ ร.ต.กานต์ เหมสมิติ  พร้อมชมกิจกรรมภาพลายเส้นประกอบเล่ม โดย “นายพิสิทธิ์ ลีรัตนนุรัตน์” เปิดตัวหนังสือและเข้าสู่การเสวนาโดยนายมานพ ทิพย์โอสถ บรรณาธิการ “เบื้องแรกประชาธิปตัย”

สำหรับสมาชิกสมาคมนักข่าวฯ สามารถซื้อหนังสือเบื้องแรกประชาธิปตัย ได้ในราคาชุดละ ๖๐๐ บาท (ชุดละ ๒ เล่ม)  ส่วนประชาชนทั่วไป จำหน่ายราคาชุดละ ๗๐๐ บาท

 

 
วีทีอาร์-สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย พศ. 2559

ดูวีทีอาร์ทางyoutube

Login Form



หนังสือน่าอ่าน

 




จำนวนผู้ออนไลน์

เรามี 1718 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา

สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ :: The National Press Council of Thailand สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย :: Thai Broadcast Journalists Association สถาบันอิศรา มูลนิธิพัฒนาสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย :: ISRA Institute Thai Press Development Foundation ชมรมนักข่าวสายเทคโนโลยีสารสนเทศ :: Information Technology Press Club The Southeast Asian Press Alliance (SEAPA) thai society of environmental jounalists