priligy venta en usa cialis skip once daily side effects of lasix is generic viagra as good as name brand where to buy kamagra in puerto rico cialis generic online pharmacy us

ภูมิทัศน์สื่อ ภาพฝันหนึ่งภูมิภาคอาเซียน

AddThis Social Bookmark Button

ภูมิทัศน์สื่อ ภาพฝันหนึ่งภูมิภาคอาเซียน

ปิยะภรณ์ วงศ์เรือง

บรรณาธิการข่าวการเมือง

The Nation

 

การรวมตัวกันเป็นหนึ่งเดียวของประชาคมอาเซียนได้เกิดขึ้นอย่างเป็นทางการเป็นที่เรียบร้อยแล้วหลังเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมาภายใต้คำขวัญที่ว่า หนึ่งวิสัยทัศน์ หนึ่งอัตตลักษณ์ หนึ่งประชาคม

อย่างไรก็ตาม ภายใต้คำขวัญที่สวยหรู ผู้เชี่ยวชาญด้านอาเซียนได้จับตามมองการรวมตัวดังกล่าวของประเทศสมาชิก ว่าจะสามารถเป็นจริงได้มากน้อยแค่ไหนเพราะเป็นที่รับรู่กันในวงกว้างว่าเอาเข้าจริงๆแล้ว อาเซียนเป็นภูมิภาคที่มีความแตกต่างหลากหลายและมีพลวัตรสูง

การผลักดันให้อาเซียนเกิดการรวมตัวกันอย่างแท้จริงได้ นอกจากการขับเคลื่อนเชิงนโยบายแล้ว สื่อมวลชน นับเป็นอีกหนึ่งภาคส่วนที่มีบทบาทสูงและเป็นที่จับตามองในขณะนี้ว่าจะสามารถช่วยให้สมาชิกอาเซียนรวมตัวกันเป็นหนึ่งเดียวภายใต้คำขวัญดังกล่าวได้มากน้อยอย่างไร

แม้จะยังไม่มีการศึกษาวิจัยบทบาทของสื่อในภูมิภาคนี้อย่างจริงจังหลังการรวมตัวของประชาคม แต่งานศึกษาในอดีตที่ผ่านมาๆ รวมทั้งงานศึกษาโดย รศ. ดร. อุบลรัตน์ ศิริยุวศักดิ์ อดีตอาจารย์ประจำคณะนิเทศศาตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทและการทำงานของสื่อในภูมิภาคย่างมีนัยสำคัญ

งานวิจัยที่ชื่อว่า REPORTING DEVELOPMENT IN ASEAN ซึ่งได้ทำการสำรวจการทำงานของหนังสือพิมพ์ชั้นนำในภูมิภาคเกือบ 20ฉบับทั้งภาคภาษท้องถิ่นและภาษาอังกฤษ อาทิ The Jakarta Post, The Bangkok Post, Vietnam News, New Light of Myanmar, Thairath ได้ทำการวิเคราะห์ประเด็นเนื้อหาหลักที่เกี่ยวข้องกับประเด็นอาเซียนที่ปรากฏในรายงานข่าวของหนังสือพิมพ์ รวมทั้งยังแยกแยะแนวคิดและการให้ความสำคัญกับประเด็นด้านการพัฒนาในรายงาน ในช่วงหลังการประกาศการเชื่อมโยงอาเซียนในช่วงปี 2552 ซึ่งเป็นหมุดหมายสำคัญที่ปูทางให้กับการรวมตัวของอาเซียนในปัจจุบัน

จากการศึกษาของ รศ. ดร. อุบลรัตน์ ซึ่งได้รับการสนับสนุนโดย IPS Asia-Pacific และ IDRC พบว่าประเด็นข่าวอาเซียนที่ปรากฏอยู่ในหนังสือพิมพ์ดังกล่าว มากถึง 73 % เป็นการรายงานข่าวกระแสรายวัน มีเพียง 10.6% ที่เป็นบทวิเคราะห์ และเพียง 9.3% เป็นบทความหรือคอลัมน์แสดงความคิดเห็น

ในหนังสือพิมพ์เหล่านั้น รศ. ดร. อุบลรัตน์ พบว่ารายงานข่าวเชิงสารคดีมีน้อยมาก โดยพบเพียงราว 4% ของเนื้อหาที่ปรากฏ และเพียง0.3% ที่เป็นรายงานข่าวเชิงลึกสืบสวนสอบสวน โดยอีกประมาณ 3% เป็นบทสัมภาษณ์หรือการ์ตูน

รายงานศึกษาชิ้นดังกล่าว ยังพบว่าบรรดาหนังสือพิมพ์รายงานประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการต่างประเทศหรือการทูตและความขัดแย้งของพรมแดนมากที่สุด โดยมีสัดส่วนของเนื้อหาข่าวอยู่ที่ประมาณ 21.8% โดยน้ำหนักจะอยู่ที่การต่างประเทศมากที่สุดที่ 15.8%  ประเด็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากกองบรรณาธิการของหนังสือพิมพ์ต่างๆคือประเด็นด้านเศรษฐกิจ การค้าการลงทุน การเชื่อมพรมแดน การขนส่ง และการโทรคมนาคม โดบพบว่ามีสัดส่วนในการรายงานข่าวราว 21.2% ถัดจากเรื่องเศรษฐกิจการค้าคือเรื่องการรวมตัวของประชาคมอาเซียนการค้าเสรี และประชาคมต่างๆ ซึ่งพบว่ามีสัดส่วนราว 18.6%

นอกเหนือจากนั้น จะเป็นประเด็นเกี่ยวกับการก่อการร้าย พลังงาน สิ่งแวดล้อม คิดเป็น 10.2%, ประเด็นสิทธิมนุษยชน คิดเป็น 0.8% โดยมีการตั้งข้อสังเกตว่าประเด็นที่ได้รับความสนใจน้อยกว่ายังเป็นประเด็นด้านสังคม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องวัฒนธรรม บันเทิง กีฬา สุขภาพ ภัยพิบัติและอื่นๆ

รายงานการศึกษายังพบว่าประเด็นที่ยังมีการรายงานน้อยมากจะเกี่ยวข้องกับสังคมภาพกว้างเป็นส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น ความยากจนหรือชนกลุ่มน้อย ที่พบการรายงานข่าวเพียง 1.6%, การศึกษา 1%, ความเท่าเทียม 0.7% , เพศสภาพ สิทธิสตรี 0.54% และเรื่องราวเกี่ยวกับภูมิภาคแม่โขงราว 0.29%

รายงานการศึกษายังได้ลงลึกถึงแหล่งข่าวที่หนังสือพิมพ์ใช้ในการรายงบานข่าว และพบข้อมูลที่น่าสนใจว่าหนังสือพิมพ์ส่วนใหญ่ยังเป็นเจ้าหน้าที่ภาครัฐ นักการทูต หรือนักการเมือง ซึ่งมีสัดส่วนในเนื้อหาข่าวถึง 54.7% นอกเหนือจากนั้น จะเป็นกลุ่มเจ้าหน้าที่ของ ASEANหรือมูลนิธิที่เกี่ยวข้องซึ่งมีสัดส่วนเป็น 12.8% โดยข่าวแจกและรายงานมีสัดส่วนประมาณ 0.9%

จากข้อมูลดังกล่าว รศ. ดร. อุบลรัตน์ ได้ทำการวิเคราะห์ไว้ว่า เนื้อหาข่าวได้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการรวมตัวของ ASEAN อยู่พอสมควร ผ่านประเด็นเศรษฐกิจ การค้าการลงทุนจำนวนมาก

อย่างไรก็ตาม มันยังเป็นเรื่องของแนวคิดและความพยายามที่จะผลักดันซึ่งส่วนใหญ่ยังอยู่ในแผนหรือเอกสารของเจ้าหน้าที่เป็นส่วนใหญ่นอกจากนั้นแล้ว เนื้อหาข่าวยังเน้นกระบวนการรัฐ ซึ่งมักเกี่ยวข้องกับการประชุมของเจ้าหน้าที่ระดับสูง ทอดทิ้งประเด็นที่เป็นปัญหาในพื้นที่ไว้เบื้องหลังไม่ว่าจะเป็นเรื่องสุขภาวะของประชากร ภัยพิบัติ และอื่นๆ ทำให้ประเด็นที่เป็นนัยสำคัญจริงๆของการรวมตัวของประชาคมอาเซียนได้รับการรายงานในหน้าหนังสือพิมพ์น้อย

แม้ว่าหนังสือพิมพ์จะมีการรายงานข่าวการต่างประเทศ หรือแม้กระมั่งความขัดแย้งด้านพรมแดนเป็นจำนวนมาก แต่นั่นสะท้อนให้เห็นถึงความกังวลของภูมิภาคและความตึงเครียดทางการเมืองระหว่างประเทศสมาชิกด้วยกันเอง

ด้วยการให้น้ำหนักข่าวดังกล่าว ประเด็นสังคมภาพกว้างที่เป็นฐานของการพัฒนาประชาคมจึงถูกละเลยเป็นอันมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความยากจน ความเท่าเทียม ไปจนกระทั่งเรื่องเยาวชนที่เป็นความหวังของประชาคม

รศ. ดร. อุบลรัตน์ ได้ตั้งข้อสังเกตว่า การรายงานข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ที่ปรากฏ ทำให้เห็นว่า ผู้สื่อข่าวยังตามประเด็นจากรัฐเป็นส่วนใหญ่ ทำให้ความพยายามที่จะหาประเด็นข่าวที่มีนัยสำคัญต่อภูมิภาคเองหรือข่าวเชิงลึกน้อยกว่าข่าวที่มาจากรัฐอยู่มาก

รศ ดร. อุบลรัตน์ ได้เสนอข้อเสนอต่อการทำงานของสื่อในภูมิภาคในรายงานการศึกษาว่า สื่อในภูมิภาคควรให้พื้นที่ข่าวสำหรับประเด็นเชิงลึก บทความหรือบทวิเคราะห์ข่าวให้มากขึ้น โดยสื่อควรมีการใช้ข้อมูลจากแหล่งข่าวที่หลากหลายกว่านี้เพื่อความสมบูรณ์ครบถ้วนของข่าวโดยเฉพาะจากภาคประชาสังคมหรือคนธรรมดาสามัญ

การสร้างความสมดุลของเนื้อหาในรายงานข่าวเป็นความท้าทายของสื่อในภูมิภาค และการทำงานร่วมกันของสื่อข้ามพรมแดน อาจเป็นแนวทางหนึ่งในการเอาชนะความท้าทายดังกล่าว เธอได้เสนอ

และที่สำคัญเหนือสิ่งอื่นใดคือการให้มุมมองเชิงลึกกับการรายงานข่าว เพิ่มเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับชีวิตของผู้คน รวมทั้งเสียงของคนชายขอบ

แม้ภาพฝันของประชาคมอาเซียนยังดูลงเลือนในเวลานี้ แต่ภาพสะท้อนที่ปรากฏในเนื้อหาสื่อในภูมิภาคกำลังบอกผู้คนในภูมิภาคว่ายังมีงานที่ต้องทำอีกมาก หากจะทำให้ภาพฝันนั้นกลายเป็นความจริง ดังคำขวัญที่ว่า “หนึ่งวิสัยทัศน์ หนึ่งอัตตลักษณ์ หนึ่งประชาคม”