Skip to content
You are here:
ไทยรัฐ ท.ทหารหิวโหย ขับ ฮ.ไปเอาเห็ด พิมพ์ ส่งเมล์
พฤหัสบดี, 21 กุมภาพันธ์ 2008

กองบรรณาธิการ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ 

ข้อเท็จจริงของข่าว          

ปัญหาความเลื่อมล้ำในสังคมไทย มีมาตั้งแต่สมัยอดีตจนถึงปัจจุบัน การแบ่งชนชั้นคนจนคนรวย ข้าราชการกับชาวบ้านเดินดินกินข้าวแกงยังมีเห็นอยู่เป็นประจำ เรื่องราวบางอย่างคนธรรมดาสามัญคงไม่สามารถจะทำได้ แต่กับกลุ่มคนบางกลุ่มโดยเฉพาะ “คนในเครื่องแบบ” อาจทำได้โดยไม่คิดระแวดระวังถึงผลกระทบที่จะตามมา โดยเฉพาะเรื่อง “อภิสิทธิ์” ที่มักเคลือบแฝงอยู่ในอำนาจหน้าที่การงาน ซึ่งบางครั้งบางเหตุการณ์อาจจะส่งผลร้ายแรงอย่างชนิดที่คาดคิดไม่ถึง         

“ข่าวทหารขับเฮลิคอปเตอร์ไปเอาเห็ด” กลายเป็น “ทอล์กออฟเดอะทาวน์” ของผู้คนทั้งบ้านทั้งเมือง เมื่อนสพ.ไทยรัฐ ฉบับเช้าวันที่ 15 พ.ย. 2550 ตีแผ่ภาพข่าวพร้อมรายละเอียด กรณีเฮลิคอปเตอร์แบบ ยูเอช-1 (ฮิวอี้) หมายเลขเครื่อง 20346 ปฏิบัติภารกิจฝึกซ้อมการค้นหาและช่วยชีวิตของโรงเรียนการบินกำแพงแสน จ.นครปฐม ร่อนลงจอดกลางทุ่งนาข้างวัดอินทราราม หรือวัดหนองขาว ต.หนองขาว อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี เมื่อช่วงสายของวันที่ 13 พ.ย. 2550 สร้างความแตกตื่นให้กับชาวบ้านเป็นอย่างมาก เพราะต่างพากันคิดว่าเฮลิคอปเตอร์ขัดข้องจนต้องร่อนลงจอดฉุกเฉิน        

ปรากฏว่าเหตุการณ์ไม่เป็นอย่างที่คิด เพราะนักบินกับพวกเดินลงมาจากเครื่องด้วยท่าทีสบายๆ ไม่ได้ตื่นตกใจ แถมยังบอกชาวบ้านที่ไปมุงดูว่าแวะมาหาแม่เพื่อจะเอาเห็ดโคนไปกิน ก่อนจะมีญาติขับรถกระบะมารับถึงตัวเครื่องขับหายไป และภายหลังก็ย้อนกลับมาขึ้นเครื่องทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ท่ามกลางความขุ่นข้องหมองใจของชาวบ้านที่ทนเห็นพฤติกรรมมักง่ายใช้อากาศยานอันทรงคุณค่าของกองทัพอย่างไม่สมเหตุสมผล จึงแอบบันทึกภาพเอาไว้พร้อมทั้งประสานผู้สื่อข่าวนสพ.ไทยรัฐ ประจำจังหวัดกาญจนบุรี ตรวจสอบและตีแผ่พฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมดังกล่าว  

 วิธีการนำเสนอ              

ทันทีที่ผู้สื่อข่าวได้รับข้อมูลพร้อมภาพถ่ายเป็นหลักฐาน ก็ได้ประสานกับทางกองบรรณาธิการ นสพ.ไทยรัฐ ที่กรุงเทพฯ ตรวจสอบจากหน่วยงานของกองทัพอากาศ รวมทั้งโรงเรียนการบินกำแพงแสน จ.นครปฐม โดยพล.อ.ต.วิโรจน์ นิสยันต์ ผู้บัญชาการโรงเรียนการบิน กองบัญชาการยุทธทางอากาศ หรือโรงเรียนการบินกำแพงแสน ได้ออกมายอมรับว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเรื่องจริง ทางกองทัพอากาศได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนข้อเท็จจริงทั้งหมด ขณะที่น.อ.มณฑล สัชฌุกร รองเจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารอากาศ ในฐานะรองโฆษกกองทัพอากาศ ได้ออกมายอมรับอีกเสียงว่า เฮลิคอปเตอร์ลำดังกล่าวมีภารกิจฝึกซ้อมการค้นหาและช่วยชีวิต ประจำอยู่ที่โรงเรียนการบินกำแพงแสน บนเครื่องมีนักบิน พร้อมช่างเครื่องและชุดค้นหาช่วยชีวิตประจำอยู่รวม 8 นาย ขึ้นฝึกบินประจำวันในพื้นที่จ.นครปฐม ราชบุรี และกาญจนบุรี ตามวันเวลาที่เป็นข่าว นักบิน คือ นาวาอากาศตรีสมศักดิ์ วางชั่ว ได้นำเฮลิคอปเตอร์ลงจอดในหมู่บ้านหนองขาวจริง และอยู่นอกตารางการฝึก เพื่อแวะไปเยี่ยมมารดาที่ไม่ได้พบกันมานานกว่า 2 ปีตั้งแต่ไปปฏิบัติหน้าที่ในภาคใต้ และมารดาได้ฝากเห็ดมาให้จริง         

นสพ.ไทยรัฐ ซึ่งเป็นสื่อเพียงฉบับเดียวที่เผยแพร่ข่าวดังกล่าว พยายามติดตามความคืบหน้าผลการสอบสวนข้อเท็จจริงอย่างต่อเนื่อง โดยในวันที่ 16 พ.ย. 2550 ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อสอบถามข้อเท็จจริงจากมารดาของนาวาอากาศตรีสมศักดิ์ วางชั่ว นักบินเฮลิคอปเตอร์ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมในการนำเสนอข่าวทุกๆด้าน ไม่ลำเอียงเข้าข้างฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด โดยญาติของนักบินได้ออกมายอมรับแทนมารดาของนาวาอากาศตรีสมศักดิ์ว่า ในวันดังกล่าวทางนักบินแวะมาหามารดาที่บ้านจริง โดยพาเพื่อนทหารมาด้วยแต่อยู่ไม่นานก็กลับไปขึ้นเครื่องพร้อมเห็ด 2 ถุง ขณะเดียวกันยังได้วิงวอนผ่านผู้สื่อข่าว ขอความเมตตาจากผู้บังคับบัญชาของนักบินในการพิจารณาโทษ ขอให้ลงโทษสถานเบา เนื่องจากเป็นการกระทำโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์         

อย่างไรก็ตาม ทันทีที่ข่าวดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไปทางหน้าหนังสือพิมพ์ ก็มีเสียงตอบรับจากหลายฝ่ายโดยเฉพาะประชาชนที่เคยเห็นพฤติกรรมของกลุ่มบุคคลในเครื่องแบบ ใช้อำนาจหน้าที่อย่างไม่สมเหตุสมผลโดยเฉพาะเรื่องส่วนตัว โทรศัพท์มาแสดงความชื่นชมการเผยแพร่ข่าวดังกล่าว เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงการประพฤติตนไม่เหมาะสมของข้าราชการที่มีมานานแล้วแต่ไม่เคยตกเป็นข่าว ขณะที่สื่อต่างประเทศก็พากันประโคมข่าวดังกล่าวไปทั่วโลก เรื่องทหารไทยลงทุนขับเฮลิคอปเตอร์ไปเอาเห็ด กลบกระแสข่าวเฮลิคอปเตอร์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ไปประสบอุบัติเหตุตกกลางเขื่อนบางลาง อ.บันนังสตา จ.ยะลา ในช่วงเวลาเดียวกัน เป็นเหตุให้นักบินและช่างเครื่องเสียชีวิตถึง 3 นายขณะปฏิบัติหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งถือเป็นการเสียสละที่ยิ่งใหญ่และน่ายกย่องมากกว่าคุณค่าและผลกระทบของข่าว              

หลังการนำเสนอข่าวอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 14 - 17 พ.ย. 2550 ทางกองทัพอากาศได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนข้อเท็จจริงและพิจารณาลงโทษทางวินัยกับบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด รวมทั้งมีคำสั่งให้ทุกหน่วยงานในสังกัดกำชับผู้ปฏิบัติหน้าที่ระมัดระวังตัวในการออกปฏิบัติหน้าที่อย่างซื่อสัตย์สุจริตและอยู่ในกรอบวินัยที่เข้มแข็ง เพื่อไม่เกิดเหตุซ้ำรอยกรณีของ “เฮลิคอปเตอร์เก็บเห็ด” ที่จ.กาญจนบุรี  ขณะเดียวกันข่าวดังกล่าวได้ถูกหยิบยกไปเป็นแบบอย่างของหน่วยงานราชการไทยอีกหลายแห่ง ให้พึงสังวรถึงการปฏิบัติหน้าที่ต้องตั้งมั่นยืนอยู่บนพื้นฐานของระเบียบแบบแผนและข้อบังคับทางวินัยอย่างเคร่งครัด เพื่อกอบกู้ความศรัทธาจากประชาชนให้กลับคืนมาโดยเร็ว.     
   

 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >

หยุดทำร้ายประเทศไทย

logo-stop-last
 
 
 
 
 
 
 
bkk_flower_cartoon-s

เอกสารเนื้อหาวิชาการ

contact
 
covertja-s

เนื้อหาปั้นนักข่าวเป็นนักเขียน

120writer2_poster

หนังสือสมาคมนักข่าวนักนสพฯ

7oct-book001-ss
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
image1-t

รวมข่าว คิดเพื่อประเทศไทย

"คิดเพื่อประเทศไทย"

ช่วยกันคิดทิศทางข่าว 100.5 (อาทิตย์ 11.00-12.00น.)

icon-1005
media-icon  
   

ยิงนักข่าวมติชน


ลิงค์เวบพันธมิตร

tjanews_logo_220_70 politic_link tpct thaibja